ประกาศ

posted on 28 Nov 2013 19:17 by rasmason2
เนื่องจากว่า จีนเข้าเอ็กทีนไม่ได้เท่าไร

และส่วนใหญ่เข้าไม่ได้เลย ยิ่งอัพนิยายยิ่งยากมาก

ตอนนี้จีนย้ายนิยายไปที่เวิดเพสเกือบหมดแล้ว

เฉพาะของคริสทอม

รีดเดอร์หากอยากอ่านหรือย้อนอ่าน

และเอ็กทีนมีอาการงี่เง่า
 

แนะนำให้ไปหาอ่านที่เวิดเพสเอานะคะ่

เพราะจีนก็แก้เอ็กทีนไม่ได้

และนิยายเรื่องใหม่ๆก็จะอัพแต่ในเวิดเพสเป็นส่วนใหญ่ค่ะ
 
 
มีอะไรติดต่อได้ในเฟด และ เพจ เลยนะค่ะทุกคน

 
ออนทุกวัน 555
 

 
 
 
 

[FIC] Hiddlesworth [ChrisXTom]Ft.[LiamXBen]#3 The choice

posted on 06 Nov 2013 20:26 by rasmason2 in Fiction directory Fiction, Entertainment

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : http://jrasmason.wordpress.com

 

 

C : Chris H. X Tom H.

R : M

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

 ***********************************

 

 

 

 

 

เบนถอนหายใจน้อยๆพลางมองชายหนุ่มตัวสูงใหญที่แทบจะไหลลงไปแปะอยู่บนเบาะรถยนต์อยู่แล้ว เขารีบชิ่งออกมาหลังจากเห็นว่าคริสและทอมออกไปเต้นด้วยกันอยู่ที่ฟรอเต้นรำ จริงๆเขายอมรับแต่โดยดีว่าเขาไม่ชอบแผ่นที่ทอมบอกว่าสนใจคริสเลย แต่เขาคิดว่าทอมเองก็ดีมีความสุขดีเขาก็เลยคิดว่าจะโอเคกับมัน ให้ทอมเลือกเองแล้วกันว่าจะทำยังไงต่อไปดีที่จะทำให้คริสหันมาชอบ ส่วนเขาก็เลยต้องมีหน้าที่พาคนตัวสูงและตัวหนักมากกลับมาด้วยแบบไม่แน่ใจนัก เขาเห็นแลมพึมพำบอกว่าปวดหัวหน่อยๆมันทำให้เขาเอื่อมมือไปเปิดกระจกรถให้เล็กน้อย หันมามองใบหน้าคมกับเคราเล็กน้อยที่ช่วงกรามแข็งแรง ก่อนจะหันมาขับรถต่อเพื่อตรงไปยังบ้านของเขาที่อยู่ไม่ไกลมากนัก

 

 

 

 

“..ขอโทษที่ทำให้นายลำบากมาส่งแบบนี้นะ”เสียงทุ้มต่ำบอกเบาๆทำให้เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยเท่านั่น

 

 

 

 

“ไม่ได้ไปส่งพ่อตัวโตแบบนายหรอก เรากำลังจะไปบ้านฉัน..แน่นอนว่าฉันไม่ยอมไปถิ่นนายแน่”เขาพูดอีกทำให้ได้ยินแลมหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำทำให้เขารู้สึกแปลกๆจนต้องหันมามองและก็เห็นดวงตาคมกริบสีฟ้าอ่อนที่มันมองตรงมาที่เขา บางอย่างมันทำให้ใบหน้าเขาร้อนวูบขึ้นมาเล็กน้อย

 

 

 

 

“ฉันไม่ใช่คนน่าสงสัยหรอกเบน นายนะคิดมากไปแล้ว”แลมพูดและเขาทำเป็นไม่ได้ยินเสียมากกว่าจนกระทั่งมาถึงบ้านของเขาหลังจากใช่เวลาไม่นาน ชายหนุ่มตัวสูงผมดำลูบผมตัวเองเล็กน้อยแล้วเข้าไปช่วยคนตัวสูงที่เปิดประตูลงมาอย่างไม่ค่อยตรงทางนัก มือเรียวเอื่อมไปโอบรอบเอวแข็งแรงเพื่อรั้งให้แลมออกมายืนดีๆ ทำให้ได้รับท่อนแขนแข็งแรงที่แทบจะโอบเขาเข้าไปในอ้อมกอดพร้อมๆกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำบอกว่าขอโทษ และเขาไม่คิดว่ามันฟังดูเหมือนขอโทษเลยซักนิด

 

 

 

 

“ฉันตัดมือนายทิ้งแน่ถ้าจับอะไรโดยไม่ได้อนุญาต”เขาบอกเสียงแข็ง ใช่มือหนึ่งจับท่อนแขนของแลมไว้พยายามไม่หันไปมองแม้ว่าจะเห็นจากหางตาว่าแลมกำลังหันมามองเขาอยู่และมั่นใจว่าอยู่ห่างกันไม่มากนักเพราะแลมเองก็ตัวสูงกว่าเขา แน่นอนว่าถ้าเขาหันไปได้อยู่ในฉากไม่เหมาะสมแน่ๆ

 

 

 

 

“หมายถึงตัวนายหรือของในบ้านที่ต้องได้รับอนุญาตก่อน”แลมพึมพำถามขำๆและมันทำให้เขาแทบจะศอกใส่อีกคนแรงๆไปทีหนึ่ง เซเล็กน้อยเมื่ออ้อมแขนอบอุ่นกระชับรอบลำคอของเขาจนเขาเซเข้ามาใกล้ คิดดีๆแล้วตอนนี้เหมือนแลมกอดเขาจากทางด้านหลังมากกว่า

 

 

 

 

“จริงๆว่าจะให้นอนค้างได้...แต่พอสร่างเมาแล้วนายกลับไปเลยดีกว่า”เขาพึมพำตอบกลับไป รู้ว่ายังไงแลมก็ได้ยินเพราะลมหายใจอุ่นๆที่มันอยู่ตรงช่วงลำคอของเขา

 

 

 

 

“ฉันอาจจะกลับไม่ไหว หากเป็นแบบนั่นขอนอนค้างได้ไหม บนโซฟาก็ยังดี”แลมถอนหายใจหนักๆ ซุกหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มและลำคอของเบน พยายามทำตัวเองให้ดูเมาและน่าสงสารที่สุดเพราะเขายังไม่อยากกลับเลยซักนิด อยากอยู่แบบนี้และเขาคิดว่าเบนเป็นคนที่น่าค้นหาเอามากๆ ดูดุๆแบบนี้ยิ่งทำให้เขารู้สึกแปลกๆ และค่อนข้างมั่นใจว่าชายหนุ่มข้างๆเป็นพวกปากร้ายแต่ใจดี ก็ในเมื่อบอกอยู่ตลอดว่าจะให้เขานอนนอกบ้าน แต่มือเรียวก็ไม่ปล่อยจากเอวเขาจนกระทั่งมาถึงประตูบ้านที่เขาอดเสียดายที่มันดูใกล้มากกว่าที่คิดจริงๆ

 

 

 

 

“แน่นอนว่าตอนเช้านายจะขโมยของฉันจนหมดบ้านแน่ๆ”เบนตอบกลับเสียงแข็งพลางดันเขาให้ไปพิงกับประตูแต่เหมือนๆจะเรียกว่าจับกระแทกก็ได้ พร้อมกับคนตัวเล็กกว่าที่มองเขานิ่งก่อนจะไล่สายตาลงมายังริมฝีปากแล้วผลักออกไปจนทำให้เขารู้สึกร้อนขึ้นมาแปลกๆจนพยายามขยับนี้มาตั้งสติให้มากกว่าเดิมเพื่อไม่ให้คิดอะไรแปลกๆ

 

 

 

 

“..ถ้านายคิดว่าฉันอันตรายจริงๆนายคงไม่พามาที่บ้านหรอกจริงไหม”เขาหลับตาน้อยๆเพื่อให้ตั้งสติได้ ได้ยินเสียงเสียงบ่นเบาๆพร้อมกับเสียงกุญแจที่ไขเข้าบ้าน ตามด้วยมือเรียวอบอุ่นที่รั้งแขนของเขาให้ตามเข้าไปในบ้านที่ตอนนี้มืดสนิทจนเขาต้องหรี่ตาเพื่อพยายามมองทุกๆอย่าง แม้ว่าจะมีแสงจากข้างนอกแต่เขาคิดว่าคนเมาแบบเขาไม่น่าจะเห็นอะไรเท่าไร

 

 

 

 

“เดินดีๆสิ ถ้านายเตะอะไรแตกละก็นายโดนดีแน่”เบนไม่ลืมขู่เสียงแข็งแม้ว่าจะระวังเต็มที่ให้แลมเดินตรงมาที่โซฟาตัวยาวที่ตั้งอยู่ตามด้วยแตะประตูให้ปิดตามหลังลงไปจนบ้านกลับมามืดอีกครั้ง เขาว่าจะให้ชายหนุ่มนอนบนโซฟาก่อนค่อยไปเปิดไฟ เพราะถ้าทิ้งไว้เฉยๆอาจจะสะดุดอะไรแล้วล้มหัวแตกลงพื้นก็ได้

 

 

 

 

“เบน..ฉันมองไม่เห็นเท่าไร”แลมหัวเราะแห้งๆพยายามคลำไปทั่วเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวโดยที่เขามั่นใจว่าเบนน่าจะทำอะไรซักอย่างอยู่ด้านหน้าเพราะมือที่รั้งมือของเขาเอาไว้และเขาชอบมือเบนเอามากๆเพราะมันอบอุ่นและนุ่มดีสำหรับเขา

 

 

 

 

“นั่นก้นฉัน!”เขารีบชักมือกลับทันที่เมื่อไปตะปบเขากับของดีเขาจริงๆ จนไม่รู้จะขอบคุณหรือด่าตัวเองดีที่ตอนนี้เมาขนาดนี้ เขาพึมพำขอโทษด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูสำนึกผิดและดีใจที่มันมืดก็ตอนนี้เองเพราะเบนจะได้ไม่เห็นสีหน้าของเขา

 

 

 

 

“ฉันเริ่มคิดว่านายไม่ได้เมาแล้วนะ”เบนบอกเสียงฉุนๆนิดๆ แต่เขาไม่ได้ฉุนแลมหรอก เขาฉุนตัวเองมากกว่าที่ดังรู้สึกร้อนวาบขึ้นมาบนใบหน้าเมื่อรู้สึกถึงมือหยาบแข็งแรงที่ตะปบลงบนก้นของเขาตอนที่เขาก้มลงไปจัดเอาหมอนอิงออกมาดีๆ จัดการทำที่ให้ว่างพอสำหรับให้คนตัวใหญ่ๆแบบแลมลงไปนอนพักเอาแรงได้

 

 

 

 

“หวังว่าจะไม่ไล่ฉันไปนอนนอกบ้านเพราะเรื่องนี่นะ”เขาแกล้งพูดเสียงหง่อยๆและเบนไม่ได้ตอบอะไรเขา เพียงแค่พึมพำบอกให้เขาเดินมาดีๆ ก่อนจะถูกมือเรียวทั้งสองผลักให้นั่งลงบนโซฟาพร้อมกับคำสั่งเด็ดขาดให้เขานอนไปเลย และเขาก็ดันทำตามอย่างว่าง่ายเสียด้วย ชายหนุ่มตัวสูงล้มตัวลงนอนขณะที่ยกมือขึ้นกายหน้าผาก ได้ยินจากเสียงและจากเงารางๆว่าเบนเดินออกไปและเปิดเพียงไฟตรงช่วงบันไดเท่านั่น คาดว่าคงจะไม่อยากให้รบกวนการนอนของเขา เพียงไม่นานชายหนุ่มก็กลับมาพร้อมกับผ้าห่มผืนหนึ่งและขวดน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะ

 

 

 

 

“ห้ามขโมยของแม้แต่ชิ้นเดียว ฉันมีที่อยู่และจำหน้าตานายได้..”เบนก้มลงมานั่งข้างๆโซฟา ใช่มือลูบใบหน้าคมของชายหนุ่มเบาๆโดยอาศัยแสงจากตรงช่วงบันได เห็นแลมยิ้มออกมาเล็กน้อยทำให้เขาดูจะอ่อนลงเยอะเลยได้แต่พยายามคลี่ผ้าห่มอย่างลวกๆแล้วห่มไว้แถวๆช่วงเอวของแลมเท่านั่น

 

 

 

 

“นายจะไปนอนข้างบนหรือ?”ชายหนุ่มตัวสูงพึมพำถามเสียงเบา รู้สึกว่าเบนชะงักมือไปเพียงไม่นาน ก่อนที่จะลุกขึ้นมา

 

 

 

 

“แน่นอน ก็ห้องฉันอยู่ข้างบน”เขาตอบกลับไปเสียงแข็ง มองเสี้ยวหน้าคมที่ตอนนี้น่าจะหลับตาอยู่ ก่อนจะมองแส่ไปทางอื่น

 

 

 

 

“นึกว่าจะมานอนเฝ้าฉันซะอีก นอนด้วยกันไหม”แลมบอกยิ้มๆ และก็แทบจะหลุดขำออกมาเมื่อถูกแรงตีจากหมอนอิงฟาดลงมาบนหน้าท้องของเขาจนต้องนิ้วหน้าพยายามกลั้นหัวเราะเพราะเดียวเบนจะยิ่งโกรธเขามากกว่านี้

 

 

 

 

“ไม่พอใจก็ไปนอนนอกบ้านเลย”ชายหนุ่มไม่ลืมขู่เสียงแข็งแล้วแทบจะถลาออกไปนอกห้อง เขาอารมณ์เสียมาก อารมณ์เสียแลมที่ชอบแกล้งให้เขาโมโห แล้วก็โมโหตัวเองมากๆที่ดันไม่ได้รู้สึกโกรธแถมยังรู้สึกอายอีกด้วย ดูท่าเขาคงต้องขึ้นไปนอนจริงๆจังๆซะแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทอมหันมามองคนที่อยู่ข้างๆด้วยความรู้สึกที่ไม่สบายใจนัก คริสดูนิ่งลงไปเล็กน้อยหลังจากที่บอกเขาว่าพี่ชายที่แสนดีของเขากลับไปกับแลมแล้ว จริงๆเขาก็เข้าใจว่ามันควรจะเป็นเบนมากกว่าที่จะต้องมานั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับนี้ ความคิดนั่นทำให้เขารู้สึกแย่ขึ้นมาเล็กน้อยจึงเลือกเพียงแค่หันหนีไปอีกทางระหว่างที่คริสขึ้นมาบนรถฝั่งคนขับเพื่อจะได้ออกไปจากบริเวณบาร์กัน ในรถที่ดูเงียบผิดปกติจนทำให้แม้แต่เขาที่ยังเมาแต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าคริสอารมณ์เสียเล็กน้อย

 

 

 

 

“..ขอโทษนะทอม นายบอกทางไปบ้านนายไหวไหม หรือไปที่บ้านฉันก่อนก็ได้แล้วพรุ่งนี้ฉันจะไปส่งนายเอง”เขาหันมาเมื่อคริสบอก มองสบดวงตาคมกริบที่หันมายิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตรจนเขาเริ่มน้อยใจเล็กน้อยที่ทีกับเบนไม่เป็นจะยิ้มแบบนี้เลย

 

 

 

 

“ไปบ้านคุณก็ได้..”เขาตอบเบาๆ มองใบหน้าคมนิ่งเห็นคริสเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยท่าทางไม่แน่ใจนักในความหมายแต่ก็ยิ้มออกมาแล้วหันไปสตาร์สรถยนต์เพื่อขับออกไป

 

 

 

 

“ดีขึ้นแล้วใช่ไหมทอม หิวหรือเปล่ากลับไปแล้วฉันจะทำอะไรให้กินนะ”คริสบอกยิ้มๆแต่เขาไม่ตอบ มือเรียวยกขึ้นมาลูบหน้าผากของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะหันมามองตามเส้นทางที่ทอดยาวและมีเพียงแสงไฟเท่านั่น เขากำลังคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและเริ่มรู้สึกแย่ลงไปเกือบสองเท่าอาจจะเพราะฤกษ์เอลกอฮอล์ที่ดื่มไปก็ได้

 

 

 

 

“..ผมว่าคุณจอดรถให้ผมลงเถอะครับ ผมจะเรียกแท็กซี่ไปเอง”เขาพูดออกมาหลังจากที่คริสขับรถมาได้พักหนึ่ง มองออกไปนอกหน้าต่างแม้ว่าคริสจะหันมามองเขาด้วยสายตาไม่แน่ใจนัก ดวงตาคมสีเขียวสวยหันมามองคนที่อยู่ข้างๆเพื่อรถให้คริสจอดรถแต่ชายหนุ่มไม่ได้จอดรถอย่างที่เขาคิด

 

 

 

 

“ทอม ฉันจะไปส่งนายเอง”คริสพูดอีก หันมามองใบหน้าของชายหนุ่มที่ดูจะหมองลงเล็กน้อยทำเอาเขารู้สึกผิดที่เผลอคิดแต่ว่าเสียดายที่ไม่ได้ไปส่งเบน จริงๆแล้วเขาค่อนข้างแปลกใจที่ตัวเองไม่ค่อยใสใจเท่าไรนักในเรื่องนั่น ค่อนข้างเฉยๆเสียมากกว่ากับเรื่องของพี่ชายของทอม

 

 

 

 

“ผมเองที่ไม่ดีที่ดื่มมากขนาดนี้ แถมเบนก็มาหนีกลับไปก่อนอีกคุณคงรู้สึกไม่ดีเท่าไรที่ยังต้องมาส่งผม”คริสหันมามองทอมอีกครั้งและครั้งนี้เจ้าตัวก็กำลังมองเขาอยู่ เขาค่อนข้างมั่นใจว่าทอมรู้ว่าเขาค่อนข้างสนใจเบนและยิ่งทำให้เขารู้สึกแย่ลงเล็กน้อย เขารู้สึกไม่ดีเอามากๆเมื่อเห็นทอมมีท่าทีเสียใจแบบนี้ ดวงตาคมกริบหลุบลงต่ำก่อนจะตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าข้างทางเพื่อให้ห่างออกมาจากถนนเล็กน้อย ดับเครื่องยนต์แล้วหันมามองหน้าคนที่มองมาทางเขาอย่างไม่แน่ใจนัก

 

 

 

 

“ลงไปสูดอากาศกันไหม..”เสียงทุ้มต่ำพูดเบาๆ มองใบหน้าของทอมนิ่งพร้อมกับรอยยิ้มอ้อนเล็กน้อยจนในที่สุดอีกฝ่ายก็หัวเราะออกมา มือหยาบแข็งแรงจัดการเอื่อมไปทางหลังรถเพื่อหยิบน้ำเปล่าออกมาสองขวด จริงๆรถก็มีแค่นี้และนึกอยากจะให้มีอะไรกินมากกว่านี้เหมือนกัน

 

 

 

 

“ขอบคุณมากครับ..”ทอมบอกยิ้มๆ รู้สึกแปลกๆเมื่อถูกมือหยาบแข็งแรงช่วยให้เขาออกมาจากรถอย่างเบามือ จนเขาแทบจะเซเล็กน้อยเพราะรู้สึกพื้นมันเอียงๆ ได้ยินคริสหัวเราะเบาๆอย่างอารมณ์ดีขณะที่พาเขาไปนั่งอยู่ที่กระโปรงหลังรถ ได้ยินเสียงรถผ่านไปมาอยู่ใกล้ๆ แต่ตอนนี้เขากำลังมองขึ้นไปบนฟ้าสลับกับต้นไม้คล้ายกับสวนขนาดย่อมๆ จริงๆคิดดูแล้วเขากับเบนก็ย้ายมาอยู่ที่ที่ถึงแม้จะไม่ไกลจากตัวเมืองใหญ่ๆมากนักแต่ก็นับว่าค่อนข้างไกล ยังไงก็ดีอยู่แล้วที่มีที่ให้พอสูดอากาศได้บ้าง

 

 

 

 

“..อย่าไปแท็กซี่เลยนะทอม ฉันอยากไปส่งนาย”เขาหันมามองคนตัวสูงที่นั่งลงมาข้างๆเขา มองดวงตาคมกริบที่ตอนนี้มองนิ่งมาที่เขา สายตาสำนึกผิดและแสดงออกมาอย่างความจริงใจเต็มที่จนทำให้เขารู้สึกใจเต้นแปลกๆ

 

 

 

 

“ผมเองก็แล้วแต่คุณ หากคุณไปส่งผมได้ก็ขอบคุณครับ”ทอมกระซิบตอบยิ้มๆ มองตอบใบหน้าคมของคนที่อยู่ใกล้ๆ เห็นคริสขยับตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อยขณะที่อ้าปากเพื่อพูดอะไรซักอย่าง เขาเองก็รู้สึกแปลกๆที่ไหล่แข็งแรงอยู่แนบชิดกับเขา

 

 

 

 

“นายไม่ต้องพูดดีแบบนั่นก็ได้ มันทำให้เราดูไม่สนิทกันเลย สำหรับคนที่เต้นด้วยกันเกือบครึ่งชั่วโมงอะนะ”คริสบอกขำๆก่อนจะเอื่อมมือมาโอบรอบคอเขาแล้วรั้งเข้าไปใกล้จนเขาหัวเราะออกมาเบาๆอย่างตกใจ รู้สึกใจสั่นเล็กๆกับอ้อมกอดอบอุ่นทำให้ทำได้แค่อยู่นิ่งๆเท่านั่น

 

 

 

 

“ผมคนข้างติดนะครับ..”เขาพึมพำบอกอีก ยกน้ำขึ้นดื่มเพื่อหวังจะให้ตัวเองมีสติมากยิ่งขึ้นไปอีก แทบจะหุบยิ้มไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำอย่างที่เขาชอบฟังและคิดว่ามันดูอบอุ่นเอามากๆ ก่อนที่คริสจะเหมือนนึกได้จึงเอามือออกไปจากตัวเขา

 

 

 

 

“จริงๆ..ผมรู้ว่าคุณสนใจเบน ขอโทษนะครับที่ผมไม่ใช่เขา”ทอมตัดสินใจพูดออกมาในที่สุด ยิ้มน้อยๆเหมือนกับให้กำลังใจตัวเองอีกมากกว่า ก่อนจะหันมามองคนตัวสูงที่อยู่ใกล้ๆ แทบจะหยุดหายใจเมื่อเห็นว่าคริสมองหน้าเขาอยู่จนเผลอละสายตาลงต่ำเพื่อมองริมฝีปากหยักของคนตัวสูง

 

 

 

 

“ทอม...ฉันไม่ได้ขออาสามาส่งนายเพราะว่าเสียดายเบนหรือว่าอะไรนะ”คริสหลับตาลงน้อยๆเพื่อนึกคำพูดดีๆซักคำ “ฉันหมายถึง..ใช่ที่ฉันสนใจเบน แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันโทษนายในเรื่องที่เขาไปกับน้องชายฉันละนะ คืนนี้เราสนุกกันมากและฉันก็ดีใจที่นายมา..จริงๆนะทอม ฉันดีใจที่ได้อยู่กับนาย”เขาพูดออกมาอีกด้วยความรู้สึกจริงๆที่รู้สึกตอนนี้ ยิ้มบางๆให้คนที่เขามั่นใจว่าทอมกำลังเขิน มองใบหน้าหวานที่แดงขึ้นมาก่อนที่เจ้าตัวจะแส่หน้าหลบไป

 

 

 

 

“..ตอนแรกก็ยอมรับก็ได้ว่าฉันค่อนข้างสนใจเบน ตอนนี้ก็สนใจอยู่แต่น้อยลงมากแล้ว..น้อยจนฉันเองก็แปลกใจตัวเองที่ไม่รู้สึกอะไรเท่าไรตอนที่รู้ว่าเบนกลับไปกับแลม ฉันแค่..แค่คิดว่า ‘แบบนี้เจ้าน้องชายบ้าจะถูกทิ้งไว้ตามทางหรือเปล่า’ มันอาจจะฟังดูตลกๆนะ แต่ฉันคิดแค่นั่นจริงๆ..”คริสหัวเราะเบาๆตามคนตัวสูงข้างๆที่ขำกับคำพูดของเขา เขาคิดจริงๆซะแล้วว่าทอมยิ่งดูมีสเน่ห์มากขึ้นอีกเวลาหัวเราะ จนเขาอยากจะให้ทอมหัวเราะบ่อยๆ หัวเราะให้เขาบ่อยๆแบบนี้

 

 

 

 

“ไม่แปลกหรอกครับ คนส่วนใหญ่ก็ชอบเบนทั้งนั่น เขานะดูดี ตัวสูง ฉลาด เทียบกับคนทื่อๆแบบผมไม่ได้หรอกครับ ผมขี้อายจนคนส่วนใหญ่มองว่าผมคุยด้วยยาก”ทอมหัวเราะแห้งๆแทบจะห่อไหล่ลงจนทำให้เขานึกอยากจะดึงทอมเข้ามากอดซักที

 

 

 

 

“ไม่จริงซักนิด นายมีสเน่ห์มากและไม่ได้คุยด้วยยากเลย ฉันสนุกมากวันนี้และที่ฉันคิดในหัวคืออยากไปเที่ยวแบบประมานนี้อีก”เขาพูดออกมาอีก แทบจะไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยเมื่อทอมเงยหน้าขึ้นมามองเขา จนเขาเผลอตัวเอื่อมมือไปลูบเส้นผมของชายหนุ่ม แน่นอนว่าเขาทำเป็นหยิบใบไม้ออกให้ทอมต่างหาก

 

 

 

 

“ครับ..ผมจะลองชวนเบนให้”ทอมตอบรับเสียงเบา เรียกว่ากลับมาหดหู่อีกแล้วที่ได้ยินคริสพูดแบบนี้ ก็แน่ละ ยังไงๆคริสก็ชอบเบนอยู่แล้วแค่เพราะดันโดนทิ้งไว้กับเขาก็เลยพูดออกมาแบบนั่น

 

 

 

 

“..ไม่หรอกทอม จริงๆแล้วถ้านายอยากให้เขามาด้วยก็ได้ ฉันหมายถึง..บางทีเราอาจจะไปเที่ยวด้วยกัน”ทอมกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก รู้สึกร้อนวาบขึ้นมาบนใบหน้าเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำ มันใจว่าตอนนี้หน้าเขาคงจะแดงไปจนถึงใบหูแน่ๆ ชายหนุ่มพยายามควบคุมอารมณ์ไว้อย่างเต็มที่แต่ก็แทบจะหุบยิ้มไม่ได้

 

 

 

 

“พูดแบบนี้แสดงว่าเปลี่ยนมาสนใจผมแล้วหรือครับ”ทอมถามยิ้มๆ ยังคงก้มหน้าไม่กล้าสบตาชายหนุ่ม และคริสเองก็เพียงแค่ยกน้ำขึ้นดื่มก่อนจะหันมานั่งดีๆ แม้ว่าทอมจะรู้สึกถึงแรงที่ชายหนุ่มพิงลงมาตรงช่วงไหลนิดๆก็ตาม

 

 

 

 

“พูดแบบนี้ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองหลายใจเลย...ฉันไม่ได้มองนายเหมือนที่มองเบนนะทอม”เขาตอบออกไปตามความจริง เพราะเขามั่นใจว่าเบนเป็นคนที่หน้าตาดี ดูดุนิดๆ น่าสนใจ หน้ามอง แต่กับทอมนั่นต่างกัน ยิ่งได้คุยกับทอมก็ยิ่งอยากอยู่ใกล้ๆ..ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าทอมน่าหลงใหล จนหลายๆครั้งที่เขาเองก็ลืมไปด้วยซ้ำว่าต้องทำคำแนนกับเบนมากกว่ามามัวคุยกับทอม

 

 

 

 

“แล้วมองต่างกันยังไงละครับ”ทอมเงยหน้าขึ้นมาถาม มองเสียวหน้าคมที่อยู่ใกล้ๆ และคริสเพียงแค่สายหน้าน้อยๆเท่านั่น

 

 

 

 

“เรื่องนั่นบอกนายไม่ได้หรอก”คริสขยิบตาให้ชายหนุ่มซึงทอมเองก็เพียงแค่หัวเราะเบาๆเท่านั่น

 

 

 

 

“นายมีเบอร์ฉันแล้วใช่ไหมทอม”คริสถามอีก มองดูใบหน้าของชายหนุ่มที่ขมวดคิ้วนิดๆ

 

 

 

 

“ครับมีแล้ว แต่คุณอาจจะไม่มีเบอร์ผม”ทอมบอกก่อนจะตาโตขึ้นมานิดๆ “ขอโทษครับ..ผมไม่ได้หมายถึงต้องการให้คุณมีเบอร์ผมนะ ผมแค่..ผมไม่ได้...”ทอมยิ่งหน้าแดงมากกว่าเดิมเมื่อได้ยินคริสหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี มองริมฝีปากหยักที่คลี่ยิ้มและมองตรงมาที่เขามันยิ่งทำให้เขารู้สึกแปลกๆ

 

 

 

 

“ฉันว่าจะขอเบอร์นายเนี่ยและถึงได้ถาม..ให้ได้ไหม?”คริสถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง มองใบหน้าของชายหนุ่มที่ดูจะเหวอน้อยๆแต่ก็หัวเราะออกมา

 

 

 

 

“อะไรทอม หัวเราะแบบนี้ไม่ให้หรือ”คริสแกล้งพูดหง่อยๆแต่ถึงแบบนั่นก็ยังยิ้มออกมาอยู่ดี

 

 

 

 

“มีอะไรแลกเปลี่ยนละครับ เบนบอกว่าไม่ให้ไว้ใจคุณซะด้วย”ทอมแกล้งถอนหายใจ มองใบหน้าคมด้วยแววซุกซนนิดๆจนอีกฝ่ายเพียงแค่ยิ้มมุมปากให้เขา หรี่ตามองเขาเล็กน้อยพลางขยับตัวด้วยท่าทางที่แกล้งไม่ให้ดูน่าไว้ใจ

 

 

 

 

“ถึงนายไม่ยอมนายก็ขัดขืนไม่ได้หรอกน่า ตอนนี้ฉันพานายเข้ามาลึกขนาดนี้แล้ว นายจะต้องอยู่กับคนไม่น่าไว้ใจไปพักหนึ่งเลยนะ”คริสแกล้งกระซิบเสียงต่ำ ได้ยินทอมหัวเราะเบาๆพร้อมกับมองใบหน้าเขานิ่งราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง

 

 

 

 

“ถ้าผมไม่ให้ละ”เขาแกล้งพูดแม้ว่าจะมั่นใจว่าคริสเองก็รู้ว่าเขาแกล้งไปแบบนั่น

 

 

 

 

“ฉันก็จะไม่มีเบอร์นายเพื่อส่งข้อความไปหาว่าเลิกงานหรือยัง เราไปดินเนอร์กันได้ไหม..หรืออาจจะมีข้ออ้างไปหานายที่บ้านไม่ได้เวลานายไม่ตอบข้อความ”คริสพูดทีเล่นทีจริง ทำให้ทอมแทบจะหุบยิ้มไม่ได้ ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนเพียงแค่มองใบหน้าคมขณะแกล้งหรี่ตามองอย่างจับผิด แต่ก็หัวเราะออกมาในที่สุด

 

 

 

 

“ไว้ผมค่อยตอบอีกทีตอนผมสร่างเมามากกว่านี้แล้วกันครับ”คริสมองใบหน้าที่ตอนนี้แก้มของทอมแดงขึ้นเล็กน้อยและเขาคิดว่ามันน่ารักเอามากๆจนต้องหันมาดื่มน้ำเสียอึกใหญ่

 

 

 

 

“งั้นฉันจะคิดแผลนว่าเราจะไปเที่ยวไหนกันดีระหว่างทางแล้วกันนะทอม”เขาตอบกลับไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

**************************

 

 

 

หากว่าเข้าอ่านฟิคในเอ็กทีนไม่ได้ละก็ เข้าไปอ่านแทนได้ในเวิดเพสนะค่ะ

 

 

จีนให้ลิ้งไปทางด้านบนแล้ว ในเวิดเพสกำลังทยอยลงนิยายให้ครบเท่าเอ้กทีนค่ะ

 

 

ขอบคุณค่ะ

 

edit @ 6 Nov 2013 21:14:31 by YuJeanRas

edit @ 7 Nov 2013 09:33:33 by YuJeanRas

edit @ 7 Nov 2013 09:36:03 by YuJeanRas

[FIC] Hiddlesworth [ChrisXTom]Ft.[LiamXBen]#2 The choice

posted on 03 Nov 2013 17:00 by rasmason2 in Fiction directory Fiction, Entertainment

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : http://jrasmason.wordpress.com

 

 

C : Chris H. X Tom H.

R : M

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

 ***********************************

 

 

“เฮ้แลม ไม่เอาน่านายควรจะสนใจฉันบ้างสิ”ชายหนุมร่างสูงเจ้าของผมสีน้ำตาลอ่อนจัดทรงอย่างดี เดินเลี้ยงพี่ชายตัวโตที่ตอนนี้กำลังเดินตามเขาอยู่และเขาไม่อยากจะคุยกับคริสซักเท่าไร คิดดูสิว่าพี่ชายหัวดื่อของเขาไร้สาระมากแค่ไหนที่บอกให้เขาเตรียมตัวไปด้วยและให้เขาขอกลับก่อนหากเกินกว่ายี่สิบนาทีแล้ว และเขาคิดว่ามันบ้ามากเกินไปแล้ว ลากให้เขาไปด้วย ให้เขาขอกลับก่อน และให้เขาไม่กลับบ้านเพราะคริสวางแผ่นจะพาเบน หนุ่มน้อยคนนั่นมาเที่ยวที่บ้านและเขามีหน้าที่จะต้องพาคนที่ชื่อทอมกลับไปส่งที่บ้านหรือไปไหนก็ได้ มันทำให้เขาค่อนข้างเบื่อเอามากจริงๆที่พี่ชายเขาคิดแต่เรื่องไร้สาระ

 

 

“นายจะเดินหนีฉันไปถึงไหนแลม”เสียงทุ้มต่ำบอกอ้อนๆ ซึ่งร่างสูงใหญ่เพียงแค่หันมาหรี่ตามองเท่านั่น

 

 

“นายคิดอะไรกันแน่ ฉันบอกว่าให้เลิกเรื่องเจ้าชู้ซักที และนี้พึ่งผ่านมาสองวันโอเค? ถ้านายไม่เลิกล้มแผ่นการไร้สาระนั่น ฉันจะไม่ไปกับนาย”เขายื้นคำขาด ยกมือขึ้นกอดอกมองพี่ชายตัวดีที่ตอนนี้ทำหน้าบึ้งใส่เขาและเขาไม่กลัวมัน

 

 

“ได้! ก็ได้ๆ ยอมก็ได้ ไปเที่ยวเฉยๆเพียงแค่นายต้องพยายามให้ฉันได้อยู่กับเบนสองคน”เขากลอกตาเซงๆพลางหยิบเสื้อแจ็กเก็ตหนังขึ้นมาฟาดไปที่เอวของพี่ชายเขาแล้วรีบเดินหนีออกมาจากบ้านโดยไม่ตอบอะไร ตามด้วยคริสที่ตะโกนบอกให้เขารอชายหนุ่มล็อกบ้านนิดหนึ่งก่อนทั้งคู่จะเริ่มเดินทางกัน

 

 

“ฉันอยากจะเห็นจริงๆคนสเป็กนายเป็นยังไงคริส อีกอย่างน่ะฉันว่าเขาไม่ตามนายมาบ้านหรอก”เสียงทุ้มต่ำบอกพลางมองใบหน้าคมของชายหนุ่มผมทองที่เดินตรงมายังรถยนต์ แกล้งมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจพลางหันไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่

 

 

“ฉันขับเอง จะได้ไปแบบเท่ห์ๆ เอากุญแจมา”เขาแกล้งเลิกคิ้วมองพี่ชายตัวสูงที่ดูจะหล่อเป็นพิเศษในวันนี้ ก่อนจะโยนกุญแจรยนต์ให้ชายหนุ่มและขึ้นไปนั่งบนรถยนต์ตามด้วยคริสที่ขึ้นมาที่หลัง แลมจัดการเปิดเพลงก่อนจะคาดเข็มขัดนิรภัย

 

 

“เอาค่ารถมาด้วย ถ้านายทิ้งฉันกลับบ้านละก็”เขาบอกหน่ายๆ เห็นพี่ชายเขาเพียงแค่หัวเราะเบาๆเท่านั่นเอง

 

 

“วันนี้ฉันออกไปซื้อของเข้าบ้าน นายยังไม่ให้ค่าไข่แล้วก็เบียร์นายเลย”แลมแทบจะไม่ลดเสียงสบทคำโตใส่พี่ชายเขาแม้แต่น้อย มันทำให้คริสเพียงหัวเราะอย่างพออกพอใจ ก่อนที่มือหยาบแข็งแรงจะเอื่อมขึ้นมาจัดทรงผมสีทองสวยของเจ้าตัวดีๆ

 

 

“วันนี้ฉันหล่อจริงๆแลม ภูมิใจซ่ะที่นายหน้าตาเหมือนฉันบ้าง ได้ความหล่อมาจากฉัน”คริสแกล้งถอนหายใจและเขาแทบจะอยากวิ่งลงไปจากรถจริงๆ คนบ้าที่ไหนมันจะหลงตัวเองขนาดนี้กัน

 

 

“หลอกตัวเองต่อไปเถอะพ่อหมีตัวโต ยังไงฉันก็หล่อกว่านายอยู่ดี”เขาบอกยิ้มๆ

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

แลมเดินเฉื่อยๆตรงเข้ามาในบาร์ที่เขามาประจำ และคริสเคยมาเที่ยวบ้างสองสามครั้ง จริงๆมันก็ไม่ใช่บาร์ใหญ่โตอะไรมากแต่ก็พอที่จะให้นั่งเล่นดื่มเบียร์มองสาวๆได้ เขายกมือขึ้นซุกในกระเป๋ากางเกงเพราะอากาศที่หนาวลงมากๆ ต่างกับคริสที่ตอนนี้กำลังทักทายกับพนักงานสาวสองคนที่เสริฟอาหารเสร็จแล้ว เขามองสำรวจไปรอบๆมีเพียงแค่คนนั่งประจำโต๊ะใหญ่ๆอยู่สองสามโต๊ะเท่านั่น ที่บาร์มีคนไม่มากนักคงเพราะเป็นช่วงหัวค่ำ ร้านตอนนี้ลดแสงลงจนเหลือเพียงแสงสลัวๆจนเกือบมืดมากกว่า ตอนนี้วงดนตรียังไม่มาซึงเขาว่าก็ดีแล้วเพราะเขายังไม่พร้อมจะอยู่กับเสียงดังๆในตอนนี้

 

 

“เฮ้แลมมี่ มานี่ๆ”เขาหันไปตามเสียงเรียก เดินตามคริสไปยังที่นั่งด้านในที่เหมือนๆเจ้าตัวจะจองโต๊ะเอาไว้ ชายหนุ่มร่างสูงมองสำรวจไปรอบๆอย่างสนอกสนใจพลางหันมามองเจ้าของร่างสูงใหญ่ผมทองที่นั่งอยู่ข้างๆ คริสกำลังมองดูเมนูเบียร์อย่างใช่ความคิดจนเขานึกหมั่นไส้เล็กๆ

 

 

“นายว่าเขาจะชอบดื่มอะไร”เขามองตามคนตัวสูงที่ยื้นเมนูมาให้เขา แลมเพียงแค่ขมวดคิ้วนิดๆก่อนจะสายหน้า

 

 

“ไม่ ฉันว่านะเขาไม่น่ามาหรอกคริส แล้วนายไม่ได้น่าไว้ใจเลยซักนิด”เขาบอกขำๆ ทำให้พี่ชายของเขาศอกเข้ามาแรงๆทีหนึ่ง และเขาเพียงแค่หัวเราะเบาๆเท่านั่นกับพี่ชายน่าสงสารที่ดูจะพยายามเหลือเกินในการให้ใครซักคนหนึ่งมาชอบและเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหน้าตาเป็นยังไงคริสถึงได้ดูกระตือรือร้นแบบนี้ ชายหนุ่มผมสั้นหันมามองรอบๆร้านขณะหลบให้คริสสั่งเบียร์และอื่นๆตามใจเจ้าตัวเอง พร้อมกับพึมพำบอกว่าจะไปนั่งอีกฝั่งหนึ่งจนกลายเป็นว่าตอนนี้เขาและคริสนั่งอยู่คนละฝั่งกันในตอนนี้

 

 

“เฮ้...จริงๆแล้วฉันว่าจะสั่งของพวกนี้มากินเล่นแต่กลัวกินไม่หมด นายจะกินไหมแลม”เขาถอนหายใจหน่ายๆกับพี่ชายตัวดีที่จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ดวงตาคมกริบสีฟ้าเหลือบมองตรงไปยังประตูที่มีคนเข้ามาใหม่ เห็นชายหนุ่มสองคนที่ท่าทางเหมือนพวกชาวอังกฤษเดินเข้ามาด้วยเสื้อผ้าสบายๆจนเขาอดหรี่ตามองไม่ได้ เขาจำได้ว่าหนึ่งในนั่นคือคุณทนายหรืออัยการอะไรซักอย่าง กับอีกคนหนึ่งที่เขาไม่แน่ใจเท่าไร ก่อนที่เขาจะหันมาเมื่อคริสเรียกให้เขากลับมาดูเมนูอาหารอีกแล้ว แม้ว่าสายตาจะยังมองมาที่เมนูแต่เขากับกำลังนึกถึงเรื่องของคนที่เขาน่าจะเคยเจออยู่สองสามครั้ง

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

ทอมค่อนข้างมีความสุขเอามากๆเมื่อในที่สุดเขาก็ลากพี่ชายให้ตามมาได้ คิดดูสิว่าโอกาศน้อยแค่ไหนที่คนแบบเขาจะมีโอกาสได้มาเที่ยวกับคนอื่นๆนอกจากกับพี่ชายตัวเอง เขาเป็นนักบัญชีที่บังเอิญว่าได้ทำงานในโรงเรียนเด็กๆระดับประถม แน่นอนว่างานของเขาวันๆก็ไม่มีอะไรมากนอกจากบัญชีรายรับรายจ่าย บิลต่างๆ ดวงตาสีสวยเหลือบมองไปรอบๆเพื่อหาคนคนหนึ่งที่นัดพวกเขามาเที่ยวแบบนี้ ชายหนุ่มตัวใหญ่ผมทองท่าทางแบบนักกีฬาเล็กน้อย เบนแทบจะค้านคำขาดไม่ยอมให้เขามายุ่งกับคนแบบคริส แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจก็เถอะว่าทำไม เบนเป็นทนาย แน่นอนว่าก็ต้องติดเรื่องความระแวงมาอยู่แล้วเขาเลยไม่คิดอะไรมากนักในเรื่องนี้ ในครั้งแรกที่เจอกัน...เขาคิดว่าคริสเองน่าจะถูกใจพี่ชายของเขา แต่ใครจะไปรู้ หลังจากได้คุยๆกันบ้างคริสอาจจะยอมมองมาที่เขาก็ได้

 

 

ชายหนุ่มคิดอย่างอารมณ์ดีขณะที่เดินนำเบนตรงมายังโต๊ะนั่งตัวในๆที่มีชายหนุ่มผมตัดสั้นที่มองตรงมายังพวกเขากับแผ่นหลังกว้างของใครคนหนึ่งที่ตอนนี้คาดว่าจะยังนั่งดูเมนูอาหารหรือไม่ก็อะไรซักอย่างหนึ่ง เบนเพียงแค่เดินตามมาอย่างไม่ค่อยยินดียินร้ายพลางทำปากพะงาบๆว่าจะยอมอยู่แค่30นาทีและหลังจากนั่นเขาจะกลับด้วยหรือไม่ก็ตามใจเขาเอง และข้อนี้ที่เขาคิดว่าจะลองใช้ให้เป็นประโยชน์ว่าจะชวนคริสไปเที่ยวต่อได้ไหมหลังจากทานดินเนอร์กันแล้ว

 

 

“สวัสดีครับ”เขาฉีกยิ้มกว้าง พยายามขมอารมณ์ที่ดูจะแป้วนิดๆเมื่อชายหนุ่มตัวสูงทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นมาและแทบจะจ้องไปที่พี่ชายเขาคนเดียว เขาพยายามปรับสีหน้าเล็กน้อยเมื่อคริสมองมาที่เขาและยิ้มให้อย่างเป็นมิตรก่อนจะขยับลุกขึ้นเพื่อเข้าไปใกล้เบนที่ยืนอยู่ใกล้ๆเขา

 

 

“ดีใจมากที่พวกนายมา นั่งก่อนสิ”ชายหนุ่มร่างสูงบอกอย่างกระตือรือร้น พร้อมๆกับชายหนุ่มผมตัดสั้นสีน้ำตาลที่ยืนขึ้นมาแทบจะตรงหน้าพี่ชายของเขาพอดี

 

 

“ผมแลมครับ น้องชายของคริส”ดวงตาสีเขียวสวยเหลือบขึ้นมองชายหนุ่มตัวสูงที่ตอนนี้ยิ้มให้พี่ชายเขาอย่างสุภาพก่อนจะเอื่อมมือออกไปจับมือพี่ชายของเขา เบนหันมามองเขาเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเขาใจด้วยท่าทางเหมือนพวกที่โดนบังคับมาคุยธุรกิจ

 

 

“ฉันเบเนดิก และนี้ทอมน้องชายฉันเอง”เขายิ้มกว้างขณะเดินเข้าไปใกล้เพื่อจับมือของชายหนุ่มตัวสูงที่ชื่อแลม เห็นคริสยิ้มกว้างก่อนจะยกมือขึ้นเพื่อให้พนักงานนำของมาเสริฟที่โต๊ะพวกเขา เขาเองก็ไม่ใช่จะไม่เคยมา แต่ไอ้บรรยากาสแปลกๆรอบตัวแบบนี้มันทำให้เขาอยากกลับบ้านเอามากๆ ไม่รู้ว่าเพราะสายตาเบนที่มองคริสอย่างจับผิด สายตาคริสที่มองเบนอย่างมีความหมาย หรือสายตาของแลมที่เหมือนกำลังพยายามคิดว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่เขาก็ต้องขยับเล็กน้อยเมื่อจู่ๆคริสก็พูดขึ้นมา

 

 

“ดีมากจริงๆนะที่พวกนายยอมมา เพราะฉันสั่งอะไรไว้เยอะมากทีเดียว”คริสบอกยิ้มๆก่อนจะเดินออกมาจากโต๊ะเล็กน้อยเพื่อให้เขาและเบนได้นั่งฝั่งเดียวกัน เขารู้สึกถึงมือแข็งแรงของพี่ชายเขาที่รั้งเขาเอาไว้เพื่อให้เขาเข้าไปนั่งที่ด้านใน ก่อนที่เจ้าตัวจะนั่งลงฝั่งข้างนอกและเขาเดาว่า เพื่อจะได้แอบหลบไปง่ายๆก็เท่านั่น

 

 

“จริงๆนะ ฉันไม่แน่ใจว่าพวกนายเป็นหมอได้เท่าไร?”เบนเท้าคางมองสองพี่น้องตัวโตที่ตอนนี้คริสเปลี่ยนที่กับแลมเพื่อมานั่งฝั่งตรงข้ามกับเบน เขาเห็นพี่ชายเขาเพียงแค่มองอย่างสำรวจจนเขาเอาขากระแทกท่อนขาของเบนแรงๆใต้โต๊ะเพื่อให้เบนหยุดทำอะไรก็ตามที่จะทำให้พวกเขาโดนโยนออกจากบาร์แบบนี้

 

 

“ของแบบนี้มันวัดที่หน้าตาไม่ได้หรอกครับ ทีคุณยังหน้าตาไม่เหมือนพวกผู้อำนวยการโรงเรียนเลย”เขาแทบจะหลุดขำออกมาเมื่อได้ยินเสียงแลมพูดยิ้มๆ แทบไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเบนคงหน้าหักไปแล้ว

 

 

“ฉันเป็นทนาย”เบนหรี่ตามองอย่างจับผิดทำให้แลมดูจะเลิกลักขึ้นมาเล็กน้อย

 

 

“ผมล้อเล่นครับ ท่าทางคุณดูเครียดๆ ผมก็แค่ชวนคุย”แลมบอกทำให้พี่ชายเขาหันหน้าหนีเซงๆ

 

 

“มุขนายมันงี่เง่ามาก”เบนว่า

 

 

“ทำไมละ? ฉันว่ามันตลกดีออก..มุขนายเยี่ยมมากแลม”เขาบอกยิ้มๆ ไม่สนใจยามที่เบนถลึงตามาให้ เขาเห็นแลมหัวเราะออกมาอย่างอายๆเป็นเวลาเดียวกับที่เบียร์หลายเหยือกมาเสริฟ พร้อมๆกับคริสที่ในที่สุดก็หันเข้ามาสู่วงสนทนาซักที เขามองไปที่ชายหนุ่มดวงตาสีฟ้าสวยยิ้มๆและก็ได้รับรอยยิ้มกลับมาให้แต่เพียงไม่นานมันก็หันกลับไปมอบให้เบนเหมือนเดิม

 

 

“เบียร์ที่นี้อร่อยนะ ฉันว่านายต้องชอบ”คริสยันตัวขึ้นมาเล็กน้อย มองใบหน้าของชายผมดำที่เบนเพียงแค่ยกมันขึ้นจิบดูเท่านั่น

 

 

“ฉันเคยมาดื่มที่นี้แล้ว ขอบใจ”เบนพึมพำตอบกลับไปแล้วหันมาหาเขาที่เพียงแค่จิบเบียร์เล็กน้อย พยายามคิดว่าควรจะทำอะไรต่อไปเพราะรู้สึกแปลกๆที่มาที่นี้ เหมือนมาให้ตัวเองช้ำใจเล่นๆซะแบบนั่น เขาเองก็ไม่ใช่ชอบคริสจริงจังเสียหน่อย แค่...ก็แค่ชอบ แต่ยิ่งรู้สึกว่าคริสมองแต่พี่ชายเขาก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกค่อนข้างท้อและแทบจะหมดกำลังใจไปเลย เขาหันไปมองดวงตาสีฟ้าอมเขียวของเบนก่อนจะแบนไปทางอื่นเล็กน้อย เพราะได้ยินเสียงทุ้มต่ำของแลมและคริสเหมือนกำลังพูดอะไรกันอยู่ซักอย่าง

 

 

“ดวนเบียร์กันไหมแลม”คริสพูดกับน้องชายของเขาเอง ดวงตาสีเขียวสวยมองสำรวจใบหน้าคมกริบกับผมสีทองและเริ่มคิดจริงๆว่า ชายหนุ่มตรงหน้าดูดีมากจริงๆจนบางครั้งเขาเริ่มคิดแล้วว่าอาจจะเกิดอาการที่ว่ารักแรกพบ? ไม่น่า...ไม่มีทาง ของแบบนั่นจะเป็นไปได้ยังไง ยิ่งกับคนที่ชอบพี่ชายของเขาเองด้วยนี้นะ เกิดถ้าเบนชอบคริสด้วยแล้วมีหวังเขาได้กลายเป็นน้องชายใจร้ายแน่ๆ

 

 

“นายต้องขับรถคริส อีกอย่างยังไงนายก็แพ้อยู่แล้ว”เขาได้ยินแลมพูดขำๆ ทำให้เห็นว่าคริสเลิกคิ้วด้วยใบหน้ากวนๆ และมันทำให้เขาเผลอหัวเราะออกมาน้อยๆเท่านั่น

 

 

“แข่งด้วยกันไหมทอม”คริสหันมามองยิ้มๆเมื่อเห็นชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนหัวเราะเบาๆ เขาคิดว่าเสียงหัวเราะของทอมดูน่ารักเข้ากับเจ้าตัวมากๆ มันดูทุ้มต่ำสุภาพแบบผู้ดี และก็น่าจะทำให้สาวๆหลงได้ง่ายๆแน่นอน เขาเห็นดวงตาสีสวยตวัดขึ้นมามองเขาอย่างไม่แน่ใจพร้อมกับแก้มนิ่มที่ขึ้นสีเล็กน้อย

 

 

“ผมดื่มไม่เก่งเท่าไร เบนเก่งกว่าอีกครับ..”ทอมงึมงำตอบกลับมาอายๆ

 

 

“เอาสิทอม นายจะกลัวอะไรฉันเป็นคนขับรถ”เขาหันมามองพี่ชายที่ตอนนี้ยิ้มให้เขาเหมือนๆในเชิงอนุญาต ทำให้เขาหันมาหาคริสอีกครั้งแทบจะหุบยิ้มไม่ได้ เขาอายมากจริงๆกับสายตาคมที่มองมา

 

 

“เอางี่ ในฐานะที่ฉันขับรถ..ฉันส่งน้องชายฉันลงสนามแล้วกัน”คริสพูดอีกในที่สุด ทำให้เขาเสียดายนิดๆ แต่ท่าทางตั้งอกตั้งใจของแลมก็ทำให้เขาอดยิ้มไม่ได้ เขาคิดว่าสองพี่น้องตัวสูงดูตลกและอารมณ์ดีมากๆ หรือว่าเขามันพวกหัวเราะง่ายก็ไม่รู้ คนปกติอาจจะเป็นแบบเบนก็ได้

 

 

“ทอมจริงๆแล้วไม่ใช่พวกคออ่อนหรอก ดื่มเก่งจะตาย”เบนพูดเสริมเล็กน้อยขณะที่เขายกแก้วขึ้นมาจนต้องขำอายๆเพราะเสียงคริสที่แกล้งผิวปาก

 

 

ทอมกระดกเบียร์อย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงคริสให้สัญญาณ รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมามากจริงๆยิ่งมีคริสดูอยู่ด้วยแล้ว มันทำให้เขาเร่งดื่มพลางมองดูแลมที่ใช่ความเร็วพอๆกัน รู้สึกเหมือนเบนกำลังเท้าคางมองเขาขำๆแล้วยิ่งทำให้เขาอายเล็กน้อยแต่ก็รีบดื่มจนหมดก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะในเวลาไม่นานนัก ทำให้เห็นว่าแลมยังดื่มอยู่แล้ววางแก้วลงบนโต๊ะหลังเขาอยู่พอสมควร รู้สึกร้อนวาบที่ใบหน้ากับสายตาคมกริบของคริสที่มองมาอย่างชื่นชม ตามด้วยแลมที่หัวเราะน้อยๆ

 

 

“นายมันทำฉันขายหน้าแลม ออกไปนอกร้านเลย”เขาหัวเราะเบาๆเมื่อได้ยินคริสบอกก่อนจะตบลงบนไหล่แข็งแรงของน้องชาย ดีละ...อย่างน้อยก็ทำให้คริสมองมาที่เขาได้บ้างแล้ว

 

 

“ทอม..นายดื่มเร็วมาก นายตัวแค่นี้แต่ทำไมถึงไวนัก”แลมพูดพลางสายหัวเล็กน้อยอย่างยอมแพ้ ซึ่งเขาเองก็แกล้งยืดตัวขึ้นมาแล้วก็หลุดขำออกมาเองในที่สุด

 

 

“ผมก็ได้แก้วเดียวและครับ ผมเมาแล้ว”เขาพูดต่อในที่สุด เห็นเบนเพียงดื่มเบียร์อีกสองสามอึกเท่านั่นแล้วก็วางลงเหมือนเดิม

 

 

“นายจะกลับบ้านไหวไหมทอม”เขาหันมามองใบหน้าพี่ชายที่ยังยิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มแปลกๆจนทำให้เขาหรี่ตามองเล็กน้อยเท่านั่น เขามั่นใจว่าเบนคิดอะไรซักอย่างอยู่แน่ๆในตอนนี้

 

 

“นายคงไม่หวังให้ฉันขับรถใช่ไหมเบน แม้มันจะใกล้ๆแต่อันตรายนะ”เขาบอกกลับไปทำให้เบนเอื่อมมือขึ้นมาโอบไหล่เขาแรงๆ

 

 

“นายขับมาแล้วไง ฉันก็จะขับกลับเอง”พี่ชายเขาบอกยิ้มๆ “ดื่มต่อเถอะ เต็มทีไปเลย..เห็นนายสนุกฉันก็ดีใจแล้ว”เขาร้องเบาๆเมื่อเบนตบไหล่เขาแรงๆทำให้เขาหันมาสนใจเมื่อแลมท่าชนเขาอีกรอบและเขาก็ไม่ขัดใจ โดยที่รอบนี้คริสบอกว่าจะร่วมด้วยทำให้เขายิ่งรู้สึกสนุกมากขึ้นไปอีก ครั้งสุดท้ายที่เขาได้ดวนเบียร์กับเพื่อนก็ผ่านมานานมากแล้วจนเขาเกือบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองดื่มเก่งแค่ไหน ต่างกับเบนที่ดื่มบ่อยกว่า แต่ก็เป็นการดื่มตามมารยาทเสียส่วนใหญ่จนเหมือนเจ้าตัวจะไม่สนใจนัก เขาเห็นคริสพยายามชวนเบนให้ดื่มด้วยแต่เต็มที่ก็เพียงแค่ครึ่งแก้วเท่านั่น ต่างกับเขาที่แม้ตอนนี้จะหน้าแดงมากแล้วแต่ก็ยังไม่เป็นอะไรเท่าไร

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

เวลาผ่านมาพักใหญ่ๆ ทั้งเขาและแลมค่อนข้างสนุกมากในการแกล้งพี่น้องสองคนที่ถึงแม้จะเห็นตัวเล็กๆแบบนี้แต่ดื่มเก่งมาก โดยเฉพาะทอมที่แม้จะใบหน้าแดงอย่างน่ารักแล้ว เจ้าตัวดูจะปกติทุกอย่างจนเขาเองเสียมากกว่าที่คิดว่าอาจจะเมาจึงได้หยุดดื่มมาพักหนึ่งแล้วเพื่อให้คืนสติมากที่สุด แน่นอนว่าเขาพึ่งให้แลมขับรถไม่ได้หรอก ก็ในเมื่อน้องชายของเขาและทอมแทบจะชนแก้วกันตลอดเวลา เขาเห็นเบนขอตัวไปคุยโทรศัพท์เมื่อห้านาทีที่แล้ว และตอนนี้คนในบาร์ก็ยิ่งเยอะมากขึ้นๆพอๆกับฟรอเต้นรำที่มีแต่คนเต้มไปหมด เขาอยากสนุกกับเบนบ้าง แต่ท่าทางดูเครียดๆนิ่งๆแบบนั่นเขาก็เริ่มคิดแล้วว่าอาจจะไม่เหมาะกับเขาก็ได้ แต่อาจจะอยู่กับแลมได้เพราะแลมเป็นพวกไม่มีปัญหาอะไร แต่เขาก็ปัดความคิดนั่นไปเมื่อทอมยันตัวลุกขึ้นมาจากโต๊ะ

 

 

“ไปเต้นกันไหมครับ”เขาเห็นริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเล็กๆและมันทำให้เขายิ้มตามอย่างไม่รู้ตัว

 

 

“เอาไงแลมมี่..เฮ้..ถ้าหลับคาแก้วฉันถ่ายรูปประจานนะ”เขาต่อยเบาๆไปยังท่อนแขนของน้องชายเขา เห็นแลมยกมือขึ้นลูบหน้าผากยิ้มๆ

 

 

“คริส...นายพาทอมไปเต้นเถอะ ฉันจะเฝ้าโต๊ะให้อย่างสุดความสามารถ”เขาหัวเราะอย่างพอใจที่เห็นน้อยชายเขาแทบหมดสภาพระหว่างที่ทอมดูสบายๆ จากภายนอกอะนะ..เจ้าของร่างกายกำยำลุกขึ้นมาก่อนจะเดินเลี้ยงไปทางทอมเพื่อช่วนชายหนุ่มเพื่อทอมจะสะดุดอะไรล้มลงไป และก็เป็นอย่างที่เขาคิดเมื่อทอมสะดุดขาโต๊ะจริงๆ แต่เพราะแรงดึงของเขาทำให้ทอมไม่ลงไปบนพื้น

 

 

“ขอบคุณครับ คุณมือไวมาก”ทอมพึมพำบอกยิ้มๆ อยู่ห่างจากเขาไปไม่มากและมันทำให้เขาหัวเราะอย่างพอใจเพราะเขาคิดว่าเอวของทอมดูพอดีมือเขาจริงๆ

 

 

“มาครับ เต้นกันเถอะ”ชายหนุ่มพูดยิ้มๆแทบจะลากแขนเขาไปเพื่อไปแทรกกลางฟรอ เขาคิดว่าทอมดูเหมือนเป็นพวกขี้อาย แน่น่าจะออกไปทางซื่อเสียมากกว่า..มองโลกในแง่ดีและใจดี คริสแทบจะไม่รู้ตัวว่าเขาเอาแต่มองใบหน้าของทอมสลับกับดวงตาสีเขียวสวยที่ดูวาวขึ้นอย่างซุกซนเมื่อมีสาวคนหนึ่งหันมาเต้นกับชายหนุ่ม และเจ้าตัวก็เต้นกับเธออย่างมีความสุขจนบางครั้งเขาเองก็ไม่รู้ตัวอีกว่าสายตาเจ้ากรรมของเขาแทบจะจ้องเป้งไปที่สะโพกกลมๆใต้กางเกงขายาวสีดำกับเสื้อขนาดพอดีตัวที่ยามทอมหันข้างแล้วดูทำให้ทอมดูดีเอามากๆ ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างซุกซนกับเอวที่ขยับเล็กๆนั่นแทบจะทำให้เขายืนยิ้มค้างอยู่ตรงนั่น ก่อนจะค่อยๆแทรกตัวไปใกล้และดึงให้ทอมหันมาเต้นกับเขาเหมือนเดิมจนชายหนุ่มหลุดขำออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อหันมาเจอกับเขาในสภาพที่ห่างกันไม่มากนัก

 

 

“คุณสูงมากคริส จริงๆผมว่าผมสูงแล้วนะ”เสียงทุ้มต่ำบอกอายๆ ขณะที่มือเรียวขาวจับเบาๆที่ท่อนแขนของเขาเพื่อเหวี่ยงไปมาเหมือนเด็กๆ ชายหนุ่มร่างสูงไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่ออกแรงดึงให้ทอมเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้นจนได้ยินเสียงอุทานเบาๆ

 

 

“เธอดูสนใจนายนะทอม”เขาแกล้งบอกยิ้มๆ ทำให้ทอมแกล้งถอนหายใจออกมาอย่างน่ารัก

 

 

“สนใจที่ผมคุยกับคุณนะสิครับ”ทอมบอกยิ้มๆ “ผมนี้โชคดีนะที่ได้รู้จักคุณ”เขายิ้มกริ่มเมื่อคนเมาตัวเล็กๆตรงหน้าขยิบตาให้เขา

 

 

“ไม่ไหวก็บอกนะ ฉันแบกนายกลับได้”คริสพูดออกมายิ้มๆ เขายอมรับว่าทอมดูดีและน่าสนใจเอามากๆ แต่เขาคิดว่าเขายังรู้สึกถูกใจเบนมากกว่าอยู่ดี ชายหนุ่มมองสบดวงตาสีสวยแม้ว่าจะมืดและแทบจะเต็มไปด้วยแสงไฟแวบๆเล็กๆจนทำให้ไม่เห็นอะไรมากนัก แต่เขาก็รู้ว่าทอมน่าหลงใหลขนาดไหน ยิ่งดวงตาสีสวยที่มีแต่แววซุกซนเหมือนพวกสัตว์ตระกูลแมวยิ่งทำให้เขาแทบจะหุบยิ้มไม่ได้

 

 

“ผมตัวหนักนะ คุณแบกผมไม่ได้หรอก”ทอมสายหน้าเล็กน้อย ซึ่งเขาเพียงแค่แกล้งทำสีหน้าท้อแท้ก็เท่านั่น เรียกให้เขาทั้งคู่ขำออกมาและทอมเริ่มเต้นต่ออย่างสนุกสนานเมื่อเริ่มเล่นเพลงต่อไปจนเขาก็ไม่รู้ว่าเวลาผ่านมานานเท่าไรแล้ว

 

 

ชายหนุ่มร่างสูงหันมาตามแรงดึงจากด้านหลังทำให้เห็นว่าเป็นพนักงานเสริฟที่เขาสนิทด้วย เธอยิ้มให้เขาและพยายามพูดอะไรซักอย่างแต่เขาไม่ได้ยินนักจึงปล่อยมือจากทอมและหันมาหาเธอที่เดินนำเขาออกมาห่างจากฟรอเล็กน้อย เขาเลิกคิ้วนิดๆเมื่อเธอบอกให้เขาก้มลงมาเพื่อพูดอะไรบางอย่าง

 

 

“...จะถามว่าจะยังใช่โต๊ะไหม เพราะว่าน้องชายนายจ่ายเงินและออกไปกับหนุ่มอีกคนหนึ่งแล้ว มีแขกรออยู่แต่ถ้านายยังไม่กลับก็ใช่ต่อได้ฉันจะกันโต๊ะให้”เขาเลิกคิ้วอย่างตื่นๆเล็กน้อยพลางมองหน้าเธออย่างไม่เชื่อ

 

 

“แลมหิ้วเบนกลับบ้านหรือ!?”เขาแทบจะร้องเสียงสูงทำให้เธอขำเบาๆ

 

 

“ไม่คริส หนุ่มผมดำคนนั่นต่างหากที่หิ้วแลมไป เขาบอกว่าจะเอารถเขากลับไปด้วยและฉันมั่นใจว่ารถนายยังจอดอยู่ที่ลานจอดรถ เอาไงดีดื่มต่อไหม? หรือจะย้ายไปที่บาร์”เธอบอกขำๆ แต่เขากำลังคิด

 

 

“ไปเมื่อไร..เดี่ยวๆ นี้เหลือฉันกับทอมนะสิ”เขาบอกแล้วหันไปมองคนที่เต้นอยู่กับสาวๆสองคน

 

 

“เมื่อสิบห้านาทีที่แล้ว นายคงต้องไปส่งเขาด้วยแล้วและ..ไม่เอาน่า ไหนๆก็มาด้วยกันหรือจะให้ฉันเรียกแท็กซี่”เธอถามทำให้เขาส่ายหัว

 

 

“ไม่เป็นไร ฉันสร่างเมาแล้วขอบใจเธอมาก..เดียวพวกฉันก็กลับแล้วเอาโต๊ะให้แขกเถอะ”เขาพึมพำตอบกลับไปอย่างมึนๆเล็กน้อย นี่แผนที่ว่าจะพาเบนไปอยู่ด้วยกันสองต่อสองต้องเปลี่ยนมาเป็นทอมงั้นหรือ? แล้วบ้านทอมอยู่ไหนละ..เขาละอยากจะรู้จริงๆว่าเรื่องนี้มันความคิดน้องชายงี่เง่าตัวขัดลาปของเขาหรือความคิดของเบนที่ดูจะตัดโอกาสเขาเหลือเกิน

 

 

 

 

 

 

**************************************

 

 

หายไปนานเพราะมั่วแต่จัดการเรื่องนิยาย

 

คนที่สนใจเท่าที่จีนนับได้นะค่ะ มีประมาณ34คน ดีใจมากกกกกกกกกกกก

 

ค่ะ!!!!!!!!!!!!!!! 

 

พ่อแม่พี่น้องค่ะ สรุปจีนจะพิมนิยายค่ะ เป็นไงเป็นกัน(แม้ยังมีปัญหาเรื่องปก)

เค้าจะเปิดพรีออเดอร์ อีกครั้งนะค่ะ คาดว่าเวลาพิมพ์หนังสือจากที่คุยมา 7-10วันค่ะ ก็พอปิดพรีออเดอร์จีนจะสั่งพิมพ์ทันที เพราะชะนั่นอดใจรอก่อนนะค่ะ สัญญาว่าถ้าได้ปกแล้วและนิยายสำเร็จแล้วจะมาบอกเรื่องพรีออเดอร์ค่ะ อยากจะบอกว่าเพื่อมีปัญหาอะไร ทักจีนมาในเฟดเลยค่ะ

เพราะว่าออนเฟดตลอดเวลา(เนื่องจากคุยกับรีดเดอร์ 5555) เพื่อความรวดเร็วหากอยากรู้อะไร อยากอ่านอะไร อยากเร่งเร้าให้เขียนอะไร(?) 555 จีนก็ปั่นนิยายทุกวันอะค่ะ 5หน้า6หน้าก็เขียน ช่วงนี้วุ่นวายมาก แต่เราจะไม่ท้อ และฝากเพจด้วยนะค่ะ ทักได้ๆๆๆจีนใจดี รีดหลายคนบอกตรงกัน อิอิ

ขอบคุณทุกคนมากมายค่ะ จีนจะพิมพ์นิยายให้ได้ //ชูมือขึ้นสู่ฟ้า

edit @ 3 Nov 2013 17:14:43 by YuJeanRas

[FIC] Hiddlesworth [ChrisXTom]#1 Lost Puppy

posted on 24 Oct 2013 22:34 by rasmason2 in Fiction directory Fiction, Entertainment

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : http://jrasmason.wordpress.com

 

 

C : Chris H. X Tom H.

R : M

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

 ***********************************

 

 

ทอมถอนหายใจน้อยๆพลางขอบคุณเจ้าของร้านกาแฟที่เขาพึ่งให้ใบปลิวห้องพักไป ชายหนุ่มผมดำออกมาจากร้านกาแฟพลางเหลือบตามองท้องฟ้าที่อึมครึมอย่างถึงที่สุด อากาศตอนนี้เรียกได้ว่าแย่มากๆจนเขานึกหดหู่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ช่วงนี้เป็นหน้าฝนแล้วแม้ว่าปกติแดดจะน้อยอยู่แล้ว แต่พอมาเป็นแบบนี้แทบจะไม่มีแดดออกมาเลยแม้แต่นิด ชายหนุ่มกระชับเสื้อคลุมสีดำให้สูงมากยิ่งขึ้นเพื่อกันลมหนาวที่แทบจะพัดมาแรงมากยิ่งขึ้น ตอนนี้เขาต้องออกมาติดประกาศหาเพื่อร่วมแชร์บ้านพักที่เขาพักอยู่ เนื่องจากว่าเพื่อนที่ร่วมแชร์บ้านกับเขาเป็นหนุ่มเอเชียที่ตอนนี้มีปัญหาและจะต้องย้ายไปอยู่ที่เมืองอื่น กลายเป็นว่าเขาจะต้องเสียค่าที่พักเองและมันแทบจะแย่เอาเพราะเขาไม่ไช่คนรวยอะไรขนาดนั่นที่จะมีปัญญาอยู่บ้านแบบนี้กลางเมือง ถ้าหากว่าเขาหาเพื่อนมาแชร์ไม่ได้ก็อาจจะต้องย้ายไปอยู่หอพักแทน

 

 

เขาทำงานเป็นผู้ช่วยของคลินิกสัตว์ใกล้ๆในระหว่างที่เรียนไปด้วย การประหยัดค่าใช่จ่ายจึงค่อนข้างสำคัญเอามากๆ มือเรียวเอื่อมออกไปปิดใบปลิวยังบอร์ดที่ว่างอยู่ เงยหน้ามองอากาศข้างบนที่เริ่มจะส่งเสียแปลกๆ คิดว่าบางทีอาจจะต้องรีบกลับบ้านซักหน่อยก่อนที่ฝนจะตก ทอมกระพริบตาน้อยๆเมื่อน้ำสองสามหยดมันตกลงมาโดนแก้มของเขา ทอมเองก็รีบเก็บใบประกาศลงแฟ้มแล้วรีบสาวเท้าให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก

 

 

ทอมแทบจะครางออกมาอย่างเซงๆเมื่อตอนนี้ฝนเริ่มตกหนักลงทั้งที่พึ่งผ่านมาไม่ถึง15นาที จนเขานึกกรนด่าตัวเองที่ไม่ยอมเอาร่มมา ใครจะไปรู้ล่ะก็ในตอนออกมามันก็ไม่ได้ครึ่มมากมายนัก เขาจึงตัดสินใจอ้อมไปยังทางลัดแทนถนนหลักเพื่อจะไปถึงบ้านพักให้เร็วมากยิ่งขึ้น มองสาวๆสองสามคนที่วิ่งฝ่านเขาไปเพราะลมที่เริ่มแรงขึ้นจนคนส่วนใหญ่วิ่งเข้าหลบในร้านค้าหมดแล้ว เหลือแต่เขาที่ตอนนี้เริ่มออกไปแนวปรงๆเพราะว่ายังไงมันก็เปียกอยู่ดี ดวงตาสีเขียวสวยมองท้องฟ้าที่แทบจะมืดสนิทตามด้วยเสียงฟ้าร้องดังลั่นจนเขาไม่แน่ใจว่าจะเกิดพายุหรือเปล่า

 

 

ในระหว่างที่สายตากำลังสนใจอยู่กับท้องฟ้าและหมอกที่เริ่มลงน้อยๆทำให้เขาไม่ได้ทันมองว่ามีคนอยู่ตรงนั่นด้วย ทำให้เขาแทบจะชนเข้ากับอีกฝ่ายอย่างจังจนเขาเซ ทอมรีบตวัดตามามองอย่างตกอกตกใจแล้วก็แทบจะใจหล่นวูบเมื่อเห็นสภาพอีกฝ่ายที่เขายอมรับว่าตัวใหญ่มาก ชายหนุ่มอยู่ในเสื้อยืดสีเทาเก่าๆและเบื้อนไปด้วยดินและน้ำมันเหมือนพวกใช่แรงงานมาอย่างหนัก กางเกงยีนต์เก่าๆและเสื้อคลุมแบบมีฮุดที่คลุมอยู่มันทำให้เขารู้สึกกลัวขึ้นมาจริงๆ ดวงตาสีฟ้าคมกริบตวัดมามองเขาจนเขาเผลอถอยหนี มองหน้าอีกฝ่ายใต้เสื้อฮูทสีหม่นๆทำให้เห็นว่าอีกฝ่ายแทบจะไว้เครายาวรุงรังจนเขามั่นใจว่าอาจจะเป็นพวกเร่ร่อนก็ได้

 

 

“ขอโทษครับ”เขาพึมพำขอโทษแล้วแทบจะเด้งตัวออกมามากกว่าเดิม ก้มหัวน้อยๆแล้วรีบจ้ำอ้าวออกไป

 

 

“..ทำบุหรี่ฉันตก”เขาหันมาทำให้เห็นอีกคนก้มลงเก็บบุรี่หักๆที่เปียกอยู่บนพื้น เขาแทบจะร้องไห้ออกมาจริงๆและตัดสินใจว่าน่าจะหนีไปดีกว่า คิดได้ดังนั่นจึงแทบจะรีบสาวเท้าให้เร็วมากกว่าเดิมจนเหมือนๆจะวิ่งด้วยซ้ำ ไม่สนว่าอีกคนจะรู้ไหมว่าเขากำลังหนีและเขาไม่แคร์ ดีกว่าถูกปล้นหรือร้ายที่สุดก็คือถูกทำร้าย

 

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

ทอมล็อกกลอนและประตูหน้าต่างอย่างแน่นหน้ามากกว่าปกติ ก่อนจะรีบถอดชุดคลุมเปียกโชกออกเขาขยี่หัวน้อยๆพลางวิ่งขึ้นชั้นบนเพื่ออาบน้ำและทำตัวให้แห้งให้เร็วที่สุด ถอนหายใจกับเสียงฟ้าร้องและเสียงฝนกระแทกหน้าต่างจนเขาอดคิดเรื่องไม่ดีๆขึ้นมาไม่ได้ นึกถึงผู้ชายตัวสูงคนนั่นที่ท่าทางน่ากลัวและคุกคามสุดๆ แม้ลอนดอนจะเป็นเมื่อที่เยี่ยมมากแต่อัตราการถูกปล้นก็สูงเช่นกัน แน่นอนรวมทั้งการถูกทำร้ายร่างกายและปล้นเอาของไปด้วย เขานึกถึงผู้ชายคนนั่นจนกระทั้งอาบน้ำเสร็จ ทานยาไป2เม็ดก่อนจะลงมาจัดการกับพื้นทีเปียกๆในชุดเสื้อแขนยาวสีขาว

 

 

ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูที่หน้าบ้าน เคาะประตู…ไม่ใช่การกดอ๊อดแบบที่คนทั่วไปควรจะทำ มันทำให้เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้และขยับตัวไปใกล้ประตูมากยิ่งขึ้น ดวงตาสีสวยมองฝ่ายตาแมวเพื่อมองว่าใครกันแน่ที่มาหาเขาตอนนี้ แล้วชายหนุ่มก็ตาโตขึ้นมาแทบจะใจแป้วเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่คือชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ที่เขาเคยเดินชนเมื่อก่อนหน้านี้ แล้วก็ต้องสะดุ้งขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูอีกจนเผลอถอยหลังออกมา

 

 

“เฮ้…อยู่บ้านใช่ไหม เปิดประตูให้หน่อย”เขาได้ยินเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยดังขึ้นมาทำให้เขาแทบอยากจะร้องไห้ มองไปรอบๆเพื่อหาอาวุธแล้วเริ่มคิดแล้วว่าจะทำยังไงดี จึงรีบเดินไปหยิบมือถือที่อยู่ห่างออกไป

 

 

“ได้ยินไหมฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย…”เสียงประตูดังขึ้นอีกทำให้เขาตัดสินใจโทรหาเจ้านายของเขาหรือก็เพื่อนสนิทเขานั่นและ มองนิ่งไปยังประตูแทบจะสติแตกขึ้นมาจริงๆเมื่อได้ยินเสียงทุบอีกครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลงไปจนทอมนึกกลัว แล้วก็แทบจะสะดุ้งเมื่อเห็นชายหนุ่มก้มลงมายังหน้าต่างบานโต ทั้งคู่ได้สบตากันแล้วเขาแทบจะใจหล่นวูบเมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายเห็นเขากำลังโทรศัพท์อยู่ และเจ้านายของเขาก็ไม่ยอมรับสายเลย

 

 

“ก็ได้ยินไม่ใช่หรือไง เปิดประตูหน่อย”อีกฝ่ายเคาะกระจกทำให้เขาวางสายโทรศัพท์แต่ยังกำไว้แน่น

 

 

“มีธุระอะไรหรือครับ”ทอมถามออกไปอย่างเป็นกังวล พยายามข่มเสียงให้ไม่ฟังดูตื่นมากเกินไป มันทำให้อีกฝ่ายหยิบกระดาษยับยู่ยี้ออกมาจากในกระเป๋าแล้วแปะมันแนบกับกระจก ทอมแทบจะตาโตขึ้นมาเมื่อเห็นใบประกาศหาคนแชร์บ้านพักเปียกๆขาดๆแปะอยู่

 

 

“ฉันสนใจบ้านนี้ จะแชร์บ้านอยู่กับนาย เปิดประตู..”เสียงทุ้มต่ำแทบจะตะโกนแข่งกับเสียงฝนด้านนอก ทำให้เขาเริ่มรู้สึกแย่จริงๆในตอนนี้

 

 

“ผมมีคนแชร์ด้วยแล้วครับ ขอโทษด้วย”เขาตอบทำให้อีกฝ่ายดูจะไม่พอใจขึ้นนิดๆ

 

 

“ภายในครึ่งชั่วโมงเนี่ยน่ะ ฉันมีเงินหากว่านายต้องการ”อีกฝ่ายเอื่อมลงไปหยิบอะไรซักอย่างในกระเป๋าซึ่งมันเป็นเงินสองสามมัดที่เขามั่นใจว่ามันเยอะมากจนอดตาโตขึ้นมาไม่ได้

 

 

“ผม…ผมขอบอกว่าผมติดสัญญาณกันขโมยและเจ้านายผมจะมาที่นี้ภายในครึ่งชั่วโมงนี้ และผมกดเบอร์ฉุกเฉินไว้แล้ว..”เขาพูดอีกและดูเหมือนจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายแทบจะถอนหายใจออกมา

 

 

“ฉัน-ไม่-ใช่-พวก-จร-จัด!! และจะไม่ตะโกนคุยผ่านหน้าต่างด้วย เปิดประตูคุณไฮเดลตัน ผมต้องการคุยเรื่องบ้านหลังนี้โอเค?”เขากลืนน้ำลายและตัดสินใจจริงๆแล้วว่าจะเอายังไงดีในตอนนี้ ถ้าเปิดให้เข้ามาละก็อาจจะเปิดเรื่องแบบไม่ดีๆขึ้นก็ได้ แต่เขาก็บอกไปแล้วว่าจะมีคนมาในอีกครึ่งชั่วโมงนี้ หรือบางทีเขาควรจะเรียกตำรวจ

 

 

“คุณไฮเดลตัน ผมไม่มีเจตนาจะทำร้ายคุณโอเค? ถ้าผมทำละก็ผมทุบหน้าต่างแล้วเข้าไปล๊อกคอคุณคงง่ายกว่ารอให้คุณมาเปิดประตูอีก ผม-ปก-ติ”อีกฝ่ายเน้นย้ำที่ละคำทำให้เขาคิดจริงๆว่าคงจะจริงอย่างที่อีกฝ่ายพูด เลยขยับตัวไปเปิดประตูและรีบถอยมาแทบจะทันที พร้อมกับกอดโทรศัพท์ไว้แน่น เห็นชายหนุ่มตัวสูงก้าวเข้ามาในบ้านพร้อมกับดึงฮูทลง ชายหนุ่มหยิบเงินในกระเป๋าออกมาแล้วโยนลงบนโต๊ะจนเขาเผลอขยับหนีอย่างกลัวๆ ไม่อาจบอกได้เลยว่าอีกฝ่ายอายุเท่าไรหรือหน้าตาเป็นยังไงเพราะเคราที่ยาวจนดูน่ากลัว

 

 

“นั่นค่าบ้าน…ฉันจะย้ายเข้ามาตั้งแต่วันนี้ จะตั้งกฎอะไรก็ตั้งฉันไม่มีปัญหาอะไร”เขาเห็นชายหนุ่มถอดเสื้อฮูทน่ากลัวๆนั่นออกทำให้เห็นผิวสีแทนสวยและกล้ามแขนที่บ่งบอกว่าอีกฝ่ายคงจะทำงานใช่แรงพอสมควร ร่างสูงใหญ่เหวี่ยงฮูทกองๆไว้อย่างไม่สนใจและเริ่มถอดเสื้อยืดที่ตอนนี้แทบจะแนบกับร่างกายใหญ่โตของอีกฝ่าย

 

 

“ผมต้องบอกว่าขอดูบัตรประชาชนของคุณด้วย”เขาบอกพยายามไม่มองร่างกายที่เรียกว่าหุ่นดีเอามากๆจนเขาดูตัวเล็กลงไปเลย สายตาคมตวัดมามองเขาน้อยๆราวกับกำลังขำขันอะไรบางอย่าง

 

 

“งั้นก็เอาของนายมาให้ดูด้วย…ของฉันอยู่ในเสื้อนั่นและ ไม่มีอาวุท”อีกฝ่ายเหวียงเสื้อลงพื้นจนเขาเริ่มรู้สึกว่าดูอันตรายยังไงบอกไม่ถูก มือหยาบแข็งแรงเอื่อมลงไปคว้าประเป๋ากางเกงออกมาบ่งบอกว่าไม่มีอะไรอยู่ในนั่น ก่อนจะเริ่มเดินเข้ามาใกล้เขาจนเขาถอยหนี

 

 

“ฉันจะใช่ห้องน้ำ โอ้..ฉันคริส แฮมสเวิร์ธ ส่วนนายคงจะเป็นทอม ไฮเดลตัน”ชายหนุ่มบอกแล้วเริ่มเดินไปทั่วบ้านจนเขามั่นใจว่ามันจะเปียกไปหมดเปล่าๆ

 

 

“ฉันจะไปหาอะไรมาให้นายเช็ดตัว แล้วเข้าห้องน้ำแค่ช่วยอยู่นิ่งๆตรงนั่นไม่ขยับไปไหน…”เขาเดินไปหยิบเงินที่ไม่บอกก็รู้ว่าเยอะมากมาถือเอาไว้

 

 

“ถ้านายขโมยของในบ้านนี้ ฉันจะยึดเงินนี้ไว้และแจ้งตำรวจ”เขาว่าและเห็นอีกฝ่ายเพียงแค่ไหวไหล่เท่านั่น

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

ชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลเดินขึ้นไปชั้นบนอย่างไม่แน่ใจนัก เขารีบหยิบผ้าเช็ดตัวสำหรับแขก กางเกงนอนแบบเอวยืดเพื่อเอาลงไปให้คนที่อยู่ชั้นล่างและนี้มันดูจะเสี่ยงเอามากๆที่รับคนแบบนั่นเข้าบ้าน ถ้าหากคริสเป็นขโมยละ ถ้าหากว่าอีกฝ่ายเอาเงินมาล่อแล้วว่างแผนจะฆ่าเขาจะทำยังไง เขาขยับตัวอย่างไม่พอใจนักพลางเดินกลับมายังทางเดินเพื่อจะลงไปชั้นล่าง ส่วนในระหว่างทางก็คิดไปด้วยว่าจะเอายังไงดีกันแน่ ดวงตาสีเขียวสวยช้อนมองคนมาใหม่ที่ทำอย่างที่เขาบอกจริงๆคือการยืนอยู่นิ่งๆตรงแถวหน้าบ้าน แม้ว่าในมือจะหยิบเอากรอบรูปเขาไปดูก็เถอะ มันทำให้เขารีบเข้าไปใกล้คนตัวใหญ่กว่าแล้วหยิบของในมือคืนมา มองสบดวงตาคมกริบที่หันมามองเขาอย่างไม่ใส่ใจนัก

 

 

“นี้ผ้าเช็ดตัว กางเกง…แปลงสีฟันอันใหม่อยู่ในตู้ในห้องน้ำ หากนายจะโกนหนวดก็ใช่ที่โกนของฉันก็ได้”เขาบอกเบาๆแทบจะแส่หน้าหลบเมื่อคริสก้าวเข้ามาใกล้ แล้วก็เพียงแค่หยิบของไปจากมือเขาแล้วเดินเขาห้องน้ำที่อยู่ห่างออกไปเงียบๆเท่านั่น

 

 

เมื่อชายหนุ่มไปแล้วเขาแทบจะถลาไปหาโทรศัพท์ที่วางอยู่ใกล้ๆนั่นเพื่อโทรหาเจ้านายของเขา ท้องฟ้าที่ฝนยังตกแรงอยู่เรื่อยๆทำเอาเขาแทบอยากจะร้องไห้กับบรรรยากาศแบบหนังผีแบบนี้ เขาโทรแล้วโทรอีกแต่ก็ไม่มีคนรับทำให้เขาเริ่มใจแป้วเข้าไปทุกทีจึงตัดสินใจฝากข้อความเอาไว้แล้วภาวนาให้เจ้านายเขาได้รับข้อความด้วย

 

 

“…เฮ้สตีฟ ตอนนี้ฉันมีปัญหามากและฉันไม่รู้ว่าทำไมนายไม่รับโทรศัพท์ มีผู้ชายท่าทางอันตรายมากมาขอแชร์บ้านอยู่กับฉันและฉันคาดว่าอาจจะอยู่ไม่ถึงเช้าพรุ่งนี้หากนายไม่ยอมมาหาหรืออะไร เขาเป็นคนผมยาวสีทอง ตัวใหญ่ ตาสีฟ้า ชื่อคริส แฮมสเวิร์ต หากว่าเกิดอะไรขึ้นละก็ตามนี้นะสตีฟ แต่ขอร้องละช่วยมาที่นี้หน่อยเถอะ”เขารีบพูดอย่างกระชับใจความที่สุด แล้ววางโทรศัพท์เมื่อได้ยินเสียงน้ำเงียบลงไป เขาแทบจะกลืนน้ำลายอย่างกังวลเมื่อคิดว่าคริสอาจจะได้ยินแต่เสียงน้ำก็ดังขึ้นอีกทำให้เขาตัดสินใจเดินไปหาผ้ามาเช็ดพื้นที่เปียกแล้วหอบเสื้อผ้าของคริสไปไว้ในเครื่องซักผ้าก่อน ไม่นานหลังจากนั่นเขาก็ได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดทำให้เขารีบเดินออกไปจากในครัวโดยที่ในมือก็ถือไม้นวดแป้งติดมาด้วย

 

 

“เลิกทำท่าทางแบบนั่นได้ไหมทอม ฉันไม่ได้กำลังหาทางปล้นนาย ช่วยคิดตามหลักความเป็นจริงหน่อยได้ไหม”เขาได้ยินเสียงทุ้มต่ำคำรามเบาๆแต่ตอนนี้เขากำลังยืนงงกับสภาพของคนตัวสูงมากกว่า คริสโกนหนวดเคราออกแล้วและเขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันดูดีเอามากๆ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายกับผมยาวสีทองสวยที่ลู่ลงมาทำให้ทั้งรู้สึกว่าดูดีและอันตรายไปด้วยในคราวเดียวกัน ดวงตาสีฟ้าสวยนั่นจ้องมาที่เขาและมันทำให้เขาขยับไม่ได้เท่าที่ควร นี้ยังไม่รวมที่คนตัวสูงใส่เพียงแค่กางเกงผ้าขายาวสีเทาตัวเดียวด้วยนน่ะ

 

 

“จากสายตาบอกไม่ได้เลยน่ะว่านายดีใจที่ฉันหล่อหรือผิดหวังกันแน่”เขาแทบจะไม่รู้ว่าควรจะเบี่ยงหน้าหลบไปทางไหนกับรอยยิ้มร้ายกาจและเสียงหัวเราะแบบนั่น

 

 

“เรามาหาอะไรกินกันเถอะ นายคงยังไม่กินอะไรใช่ไหม”เขาถอยหลังกรูเมื่อคริสก้าวเข้ามาใกล้จนในที่สุดแล้วทั้งคู่ก็เข้ามาอยู่ในห้องครัว เขาเห็นคนตัวสูงเดินเลี้ยวไปทางตู้เย็นแล้วเปิดดู ก้มยองๆลงไปทำให้เขาเริ่มคิดจริงๆแล้วว่าหุ่นเขาไม่อาจเทียบคริสได้เลย ทอมละสายตามาจากแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยพลางวางที่นวดแป้งลงบนโต๊ะ

 

 

“นายเป็นใครกันแน่คริส ถ้าเกิดไม่เสียมารยาทไปน่ะ ฉันไม่ไว้ใจนายเลย…นายทำตัวอย่างกับพวกไม่มีบ้าน”เขาตัดสินใจพูดออกไปตรงๆนั่นและ เห็นคริสชะงักแล้วค่อยๆลุกขึ้นมาจนเขาแทบจะถอยหลังทันที ดวงตาคมกริบเหลือบกลับมามองเขาด้วยสายตาที่เขาเองอ่านไม่ออก แต่คริสก็ไม่ได้มีท่าทางราวกับจะถลามาบีบคอเขา

 

 

“ฉันเช่าบ้านอยู่ห่างจากที่นี้ออกไปมาก..ที่เช่าถูกๆแบบพวกที่คนไม่มีจะกินจะมาอยู่ นายก็รู้ว่าลอนดอนแบบนี้มันอยู่ลำบาก ฉันต้องคอยหลบตำรวจ ต้องไปทำงาน ต้องคอยทำตัวให้ดูน่ากลัวเข้าไว้เพื่อที่ใครจะไม่กล้ายุ่งด้วย แล้วเห็นใบที่นายประกาศหาคนมาแชร์บ้านฉันก็เลยมา อยู่แถวนี้ก็ดีฉันจะได้ไปหางานใหม่แถวๆนี้คนเยอะด้วยคงหางานได้ไม่ยากนัก”คริสยักไหล่และเขาเพียงแค่ขมวดคิ้วเท่านั่น

 

 

“ง…งานอะไร”เขาถามออกไปเสียงเบา แทบจะคว้าที่นวดแป้งขึ้นมาถือแทบไม่ทันเมื่อเห็นคริสค่อยๆขยับตัวมาทางเขาด้วยท่าทางน่ากลัวและสีหน้าแบบคนโรคจิตที่เขาไม่แน่ใจว่าคริสแกล้งทำหรือไม่แต่มันก็ดูน่ากลัวจริงๆ

 

 

“ฉันหรือ..งานของฉันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ บางครั้งนายจ้างก็ให้ไปเด็ดหัวคนด้วยมือเปล่า หรือไม่ก็ซ้อมคนในซอยเปลี้ยวๆซักซอย หรือบางทีก็เป็นข่มขื่น…”เขาถอยหลังแทบจะไปติดกำแพงขณะที่ตอนนี้คริสทำกำลังทำเสียงหื่นอยู่ใกล้ๆกับใบหน้าของเขา พึมพำกระซิบเบาๆขณะที่มือก็ยกขึ้นมาจนเขาตัวแข็งทื่อ

 

 

“…ข่มขืนแล้วฆ่าเนี่ยฉันชอบมาก ยิ่งเป็นพวกผมสีน้ำตาลนุ่มๆ ดวงตาสีเขียวสวยๆ ผิวขาวดูเนี่ยนๆนี้มันช่างน่าขย้ำ..โอ้ยๆ…เดียวๆ”เขาตัดสินใจเอาไม้นวดแป้งในมือฟาดลงไปที่หน้าอกแข็งแรงอย่างจังจนคริสต้องขยับถอยออกไป ต่างกับเขาที่หน้าขึ้นสีแดงระเรื่อแล้วถอยกรูไปอีกฝั่ง

 

 

“ฉ.ฉ.ฉันจะแจ้งตำรวจแน่นอน แจ้งแน่ๆ จะฟ้องให้จับฆาตกรโรคจิตแบบนาย”เขาพยายามพูดพลางมองชายหนุ่มตัวสูงที่ตอนนี้นั่งลงไปบนโต๊ะแล้วหรี่ตาน้อยๆมองเขา

 

 

“ถามจริงๆ..ฉันน่ากลัวขนาดนั่นเลยหรือ?”คริสถาม

 

 

“ใช่”คำตอบของเขาทำให้ชายหนุ่มตัวสูงแลบลิ้นเลียริมฝีปากนิดๆอย่างใช่ความคิด ทำให้ตอนนี้บรรยากาศดูเงียบลงไปมากๆ

 

 

“ฉันขอโทษ ฉันล้อเล่นแรงไปหน่อย”คริสพูดออกมาในที่สุด “ฉันทำงานให้บริษัทก่อสร้าง จ้างแบบรายอาทิตย์..ฉันทำงานให้สองที่ตอนกลางวันที่หนึ่ง กลางคืนที่หนึ่งจะได้เก็บเงินได้เยอะๆ”เจ้าของร่างสูงใหญ่ตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆที่ไม่มีแววขี้เล่นมันทำให้ทอมดูจะใจเย็นลงบ้าง สงบสติและลงความเห็นว่าคริสพูดจริง

 

 

“แล้ว..แล้วนายมาจากไหน”เขาถามออกไปอีก มองใบหน้าคมที่ดูจะไม่ค่อยอยากตอบคำถามนั่นนัก

 

 

“ทำไมนายไม่เล่าเรื่องของนายก่อนละ..พูดมาระหว่างที่ฉันทำอาหารให้นายและฉันกิน แล้วฉันจะตัดสินใจเองว่าควรจะบอกนายไหมว่าฉันมาจากไหน”จู่ๆคริสก็พูดขึ้นและเดินตรงไปยังตู้เย็นที่อยู่ห่างไปไม่มากนัก ท่าทีที่เปลี่ยนไปแบบนี้ทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมาจริงๆ

 

 

“ฉันขอโทษหากถามอะไรไม่ดีออกไป”เขาบอกเบาๆ เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทานข้าวแล้ววางที่นวดแป้งลงจริงๆ

 

 

“นายบอกเองว่าฉันน่ากลัว นายทำถูกแล้ว…อยากกินอะไรดีทอม ฉันหิวมากตอนนี้ขอเป็นอะไรง่ายๆแล้วกัน”ชายหนุ่มร่างสูงหันมาบอก ก่อนจะเริ่มเปิดตู้เพื่อหาอุปการณ์ทำอาหาร เขาไม่รู้ว่าคริสจะทำอะไรกินแต่ดูท่าแล้วเจ้าตัวเปิดเจออะไรก็คงจะทำอันนั่นและ ไม่นานนักก็เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆเพราะคริสหยิบกล่องผงกระกรี่ออกมาตามด้วยข้าวมาตั้ง เห็นคนตัวสูงพึมพำในทำนองว่ามีเนื้ออยู่ในตู้เย็นและแครอท เขาไม่ได้ว่าอะไรเพียงแค่มองสำรวจชายหนุ่มไปด้วย จริงๆเขาไม่แน่ใจเท่าไรเพราะเขาไม่เคยได้ใช่เวลาอยู่กับคนแชร์บ้านนัก เอาตรงๆคือเรื่องแบบนี้เขาไม่เกี่ยวกันไม่ใช่หรือ แบบว่ากลับมาก็แยกกันอยู่ นับครั้งได้ที่เขาได้กินข้าวกับคนเก่าที่มาแชร์บ้านกัน

 

 

“ฉันทำงานเป็นผู้ช่วยคลีนิคสัตว์ที่ห่างจากที่นี้ไป6บล็อก ฉันเรียนไปด้วยบางทีนายอาจจะอายุมากกว่า..”เขาค่อยๆนั่งลงบนเก้าอี้ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตัวสูงที่ตอนนี้โชว์แผ่นอกกำยำแข็งแรงอยู่และเขาคิดว่าควรจะหาเสื้อผ้าให้คริสใส่ซักหน่อย เขาเห็นชายหนุ่มหันมามองสบตาเขา บางอยางในดวงตาคมกริบนั่นทำให้เขาอายจนต้องหลบตาในที่สุดก่อนที่คริสจะหันกลับไป

 

 

“ฉัน27”คริสบอกขณะที่เริ่มต้มน้ำแล้วเริ่มทำอะไรต่อมิอะไร

 

 

“ฉัน25 ฉันจะขึ้นไปหาเสื้อมาให้นายใส่ แบบนี้นายคงรู้สึกแปลกๆ”เขาบอกก่อนจะลุกขึ้นมา ทำให้เห็นว่าคริสเพียงหัวเราะนิดๆเท่านั่น

 

 

“เสื้อนายคิดว่าฉันจะใส่ได้หรือ ถ้าไม่ทำให้นายเสียใจนะแต่อยากจะบอกว่าหุ่นเราดูต่างกันเล็กน้อย”คริสกลั่วหัวเราะเบาๆ

 

 

“ฉันเห็นแล้วว่าหุ่นเราต่างกัน แค่คิดว่ามันคงหนาวหากนายจะแต่งตัวแค่นั่น เสื้อผ้านายกำลังซักอยู่”เขาบอกและคริสเพียงแค่หันมามองเท่านั่น เขาเหลือบตาขึ้นมองชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังจ้องมาที่เขาจนทำให้เขาต้องแสตาหลบอย่างอายๆ

 

 

“นายมีเสื้อหนาวไหมละ อาจจะเป็นเสื้อสเว็ตเตอร์ที่นายใส่แล้วหลวมๆ”ดวงตาสีเขียวเหลือบมองชายหนุ่มตัวใหญ่กว่าที่ตอนนี้ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรในตอนนี้ ทำให้เขาค่อยๆลุกขึ้นมาพลางนึกคิดจริงๆแล้วเขาก็มีเสื้อแบบนั่นอยู่แล้วตอนใส่ก็ค่อนข้างหลวมมากๆเพื่อให้มันใส่สบายๆในยามที่เขาอยู่บ้าน ชายหนุ่มเพียงแค่พยักหน้าก่อนจะเดินกลับไปยังชั้นบนเพื่อไปหยิบเสื้อสเว็ตเตอร์มาให้คนตัวสูงข้างล่าง

 

 

ไม่นานนักหลังจากนั่นเขาก็ลงมาพร้อมกับเสื้อสเว็ตเตอร์ตัวใหญ่สีเขียวขี้ม้า เห็นคริสตอนนี้เปลี่ยนเป็นมัดผมไว้เรียบๆแล้ว แอบมองแผ่นหลังกว้างกำยำที่ดูดีจริงๆจนเขาต้องสะบัดหน้าเพื่อไล่ความคิดแปลกๆ ได้กลิ่นหอมของแกงกระกรี่และข้าวที่ต้มอยู่ในตอนนี้ เดินเข้าไปใกล้ทำให้เห็นว่าคริสหันมามองเขาพร้อมรอยยิ้มที่ทำเอาเขารู้สึกแปลกๆ

 

 

“โทษทีนะคือตอนนี้มือฉันเปื้อนนิดหน่อย”คริสพึมพำบอกพลางหันมาแม้ว่าจะยังไม่ได้ปล่อยมือจากหม้อต้มก็ตาม ทำให้เขาพึมพำบอกให้คริสก้มตัวลงมาเล็กน้อย รั้งเสื้อไปใส่ให้ชายตัวสูงแล้วรั้งเสื้อลงมา แทบจะเหมือนใส่เสื้อให้คริสในตอนนี้ ได้รับเสียงพึมพำขอบคุณเบาๆในยามที่คริสละมือมาใส่แขนเสื้อและตอนนี้เขากำลังดึงเสื้อสเว็ตเตอร์ที่เขามั่นใจว่ามันตัวใหญ่มากแต่ตอนนี้ดูพอดีตัวกับคนตัวสูงเหลือเกิน หลังจากจัดเสื้อเสร็จแล้วทำให้เขาพึ่งสังเกตุเห็นว่าสายตาคมกำลังมองตรงมาที่เขา ชั่วขณะหนึ่งเหมือนเขาต้องหยุดหายใจเพราะสิ่งที่แสดงออกมาผ่านสายคม

 

 

“ลองชิมดูไหมทอม”เขาสะดุ้งเล็กน้อย แทบจะซ้อนใบหน้าแดงๆไม่ได้จนหันกลับมายังแกงกะหรี่ที่กำลังส่งกลิ่นหอม เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคริสถึงได้ดูดีขนาดนี้ แม้ว่าเขาไม่ควรจะไว้ใจชายหนุ่มเลยก็ตามทีแต่มันกลับทำให้เขายิ่งรู้สึกราวกับว่าคริสไม่ใช่คนอันตรายอะไร เขาเอื่อมมือไปหยิบช้อนเพื่อตักแกงขึ้นชิมและเขาคิดว่ามันก็อร่อยดีทำให้ไม่ได้พูดอะไร

 

 

“นายจะทำงานอะไรหรือ…หมายถึงนายบอกฉันว่านายออกจากงานเก่าแล้ว”ทอมเสี่ยงถามออกไป เห็นคริสเพียงแค่นิ่งคิดเท่านั่นเอง

 

 

“ฉันจะไปสมัครเป็นการ์ท หรือไม่ก็อาจจะทำงานในร้านเหล้าซักร้าน”ทอมได้ยินคริสบอก เสียงทุ้มต่ำที่ทำให้เขาราวกับว่าลืมไปแล้วว่าตั้งใจจะพูดอะไร เขาขยับตัวเล็กน้อยจนสังเกตเห็นว่ามือของเขากำลังว่างอยู่บนท่อนแขนแข็งแรง คริสยังคงมองหน้าเขาด้วยสายตาแปลกๆทำให้เขาแทบจะไม่แน่ใจว่าควรทำอะไรต่อไป

 

 

“..อีกอย่างฉันต้องไปหาเงินมาให้ค่าบ้านแล้วก็ค่าของพวกนี้อีก พรุ่งนี้ฉันจะออกไปซื้อเสื้อผ้ารับรองว่าจะไม่ลำบากนายแน่นอนทอม”เขาตื่นขึ้นมาจากพวังทำให้เห็นว่าชายหนุ่มเพียงแค่พูดยิ้มๆ เป็นรอยยิ้มที่เขาไม่แน่ใจว่ามันกำลังดีใจหรือเสียใจกันแน่ ทอมเผลอกำมือแน่นก่อนจะขยับถอยออกมาเล็กน้อย

 

 

“ลำบากอะไรคริส…ถ้าอย่างน้อยนายไม่อันตรายละก็ บางทีเราอาจจะไปซื้อของด้วยกันก็ได้”ทอมพึมพำบอก เห็นคริสหันมามองเขาด้วยสายตาที่เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันหมายความว่ายังไงกันแน่ แต่เพียงแค่รอยยิ้มนั่นทำให้เขาดีใจอยู่เหมือนกัน

 

 

“นายใจดีกับคนแปลกหน้าแบบนี้หรือ…รับรองว่าฉันจะไม่ทำอันตรายนายทอม”เสียงทุ้มต่ำพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เขาคิดว่ามันฟังดูเหมือนลูกสุนัขตัวเล็กๆที่เจอเจ้าของใหม่ เขาไม่ตอบอะไรเพียงแค่แส่หน้าหลบไปทางอื่นเท่านั่น เขาไม่แน่ใจนักว่าทำไมความรู้สึกแบบนี้ดูจะชัดเจนมากยิ่งขึ้นจนกระทั้งได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยงเขาจึงเหมือนตื่นจากความคิดแปลกๆของตัวเอง เขากระแอมไอน้อยๆแล้วเดินกลับไปที่ตู้ที่เก็บจานเอาไว้เพื่อเอาทุกอย่างออกมาไว้ที่โต๊ะทานข้าว

 

 

“ฉันได้ยินที่นายคุยโทรศัพท์นะทอม”จู่ๆคริสก็พูดขึ้นมาทำให้เขาชะงัก “..แฟนนายจะมาใช่ไหม”เขาไม่ได้หันไปมองว่าคริสทำหน้ายังไง เขาเพียงแค่เอาจานไปวางที่โต๊ะก็เท่านั่น เลือกที่จะไม่ปฏิเสธอะไรแม้ว่าสตีฟจะไม่ใช่แฟนของเขาก็ตามที จริงๆแล้วเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงไม่อยากให้คริสเข้าใจผิดแบบนี้

 

 

“ฉันไม่รู้ว่าเขาจะมาไหม แต่ถ้ามาได้ก็คงจะดี”เขาบอกไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ไม่สั่นนัก เขาไม่ชินกับการโกหกเลย แค่เขาไม่กล้าบอกคริสว่ายังโสด เห็นอีกฝ่ายดูจะเงียบลงไปเล็กน้อยแต่ก็เปลี่ยนมายิ้มล่าเมื่อยกหม้อแกงกะหรี่กลับมาวางไว้ที่โต๊ะกินข้าว ตามด้วยข้าวที่ต้มเสร็จแล้ว

 

 

“ทานกันเถอะทอม”เขาเห็นคริสยิ้มอบอุ่นมาให้แต่เขาก็เพียงแค่แส่หน้าหลบอย่างไม่ไว้ใจเท่านั่น มองมือหยาบแข็งแรงที่ตักข้าวใสจานให้เขาตามด้วยแกงกระหรี่และเบคอน ซึ่งเขาเองก็นั่งลงบนเก้าอี้ระหว่างมองดูทุกๆอย่างก็เท่านั่น มองคนตัวใหญ่กว่าที่ดูยังไงๆก็น่าจะมีครอบครัวแล้วแน่ๆ หรืออย่างน้อยก็ถึงวัยในการแต่งงานแล้วแน่ๆ

 

 

“นายไม่มีครอบครัวหรือคริส..แฟนนายหรือลูก”เขาเสี่ยงถามออกไป ดวงตาสีสวยใต้แพขนตายาวเหลือบมองคนที่ยืนอยู่ทำให้เห็นชายหนุ่มเพียงแค่มองมาที่เขาแล้วขำออกมาฝืดๆ ทำให้ทั้งคู่ได้มองสบตากันอยู่ชั่วครู่ คริสก้มหน้าเล็กน้อยราวกับคิดอะไรบางอย่างก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาตอบในที่สุด

 

 

“เคยมี…เธอชื่อเอลซ่า และลูกสาวตอนนี้คง3ขวบแล้วมั้ง…ฉันเลิกกับภรรยาเมื่อสามปีก่อน เราเข้ากันไม่ได้เท่าไร อย่างที่รู้ว่าฉันมันค่อนข้างจน แล้วก็เกือบจะเหมือนพวกเร่ร่อนใครจะมาทนอยู่ด้วย ในเมื่อมีหนุ่มการงานพร้อมคอยดูแลเธอและลูกได้ดีกว่าฉัน”เขาขยับตัวมานั่งดีๆราวกับรู้สึกผิดที่ถามอะไรแปลกๆออกไป

 

 

“ขอโทษที..ฉันไม่ได้ตั้งใจ เสียใจด้วยกับเรื่องนั้น”เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแสดงความเสียใจจริงๆ คริสเพียงแค่มองหน้าเขาเท่านั่น ก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อยเหมือนจะบอกเขาว่ามันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เอง

 

 

“ฉันก็เหมือนพวกสุนัขจรจัดนั่นและ ไม่มีเจ้าของ หากินไปวันๆเท่านั่นเอง”คริสไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก ต่างจากเขาทีไม่ได้คิดแบบนั่นแม้แต่น้อย

 

 

“จะพูดแบบนั่นได้ยังไงคริส นายไม่ใช่ซักหน่อย”เขาบอก หันมามองคนที่ตอนนี้เหลือบตาขึ้นมามองดูใบหน้าของเขา คริสเพียงแค่ยิ้มให้เขาด้วยสายตาที่เขาไม่รู้ว่ามันหมายความว่ายังไงหรือคริสเองคิดอะไรอยู่กันแน่ ทอมยกมือขึ้นลูบผมเบาๆไล่มาจนถึงท้ายทอย แส่มองไทยทางอื่นแก้เขินไม่แน่ใจว่าจะสามารถสบดวงตาคมกริบของคริสต่อได้ยังไง

 

 

“…นั่นสิ ฉันไม่ใช่สุนัขจรจัดแล้ว คิดว่านะ”ร่างสูงพูดแม้จะยังจ้องหน้าเขานิ่งจนรู้สึกถึงความร้อนวูบเร่นขึ้นมาบนใบหน้า ทำไมนะเขาถึงได้รู้สึกใจเต้นกับเพียงแค่สายตาของเพื่อร่วมแชร์บ้านคนใหม่แบบนี้ แต่กว่าเขาจะพูดอะไร เสียงกดกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นมาตามด้วยเสียงรัวเคาะประตูตัดกับเสียงฝนข้างนอก ทำให้เขารู้ว่าเจ้านายผมทองของเขาน่าจะมาถึงแล้ว เห็นคริสดูจะหมองลงเล็กน้อยแต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั่น

 

 

“ฉันคิดว่าแฟนนายคงมาแล้วทอม”ชายหนุ่มบอก และเขาเพียงแค่ลุกขึ้นเท่านั่นเพื่อตรงไปเปิดประตูให้เจ้านายเขาเข้ามา เหลือบมองคริสเป็นครั้งสุดท้ายแต่เจ้าตัวเพียงแค่หันหลังให้เขาก็เท่านั่น

 

 

 

 

*****************************************

 

ประกาศเรื่องสำคัญค่ะ

 

ตอนนี้นะค่ะทุกคน จีนมีแพลนจะจัดพิมพ์หนังสือ ฉบับรวมเล่มนิยายค่ะ

รายละเอียดคราวๆ

-ในเรื่องแรกของเราเลยนั่นก็คือ TRAVEL TRIP + SF. Lost puppy/Lost Kitty (เอสเอฟจะไม่ลงจนจบนะค่ะ มีเฉพาะที่พิมพ์ขาย ข้างบนคือตัวอย่างตอนแรก)

-เป็นนิยายคู่ คริสทอม (ChrisXTom Hiddlesworth)

-กระดาษถนอมสายตา80 แกรม 

-ตรวจคำผิด+แก้รายละเอียดปรีกย่อย

-จีนคิดว่าจำนวนหน้าคราวๆน่าจะเป็น150 หน้าค่ะ หรืออาจจะมากกว่านี้

-ราคาจะอยู่ที่ประมาน200บาท +/- (สองร้อยบาท มากหรือน้อยกว่านี้ค่ะ)

-พรีออเดอร์ก่อน30เล่ม

 

จึงอยากจะประชาสัมพันธ์เพราะจีนต้องการเปิดจองแบบพรีออเดอร์จำนวน 30 เล่ม + (แบบว่าถ้าหากมีเกินกว่านี้ก็ค่อนข้างจะดีมากๆค่ะ อิอิ)

** รายละเอียดคร่าวๆคือจะเป็นเอสเอฟที่จีนไม่เคยลงและทางด้านบนคือตัวอย่าง หากว่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้จีนอยากจะเพิ่ม Just a Dream หรือ Who you are เข้าไปด้วยนะค่ะ **

อยากจะสอบถามความเห็นว่าทุกๆคนคิดอย่างไรกันบ้าง หากว่าโพสในนี้หรือเอ็กทีนไม่สะดวกละก็สามารถโพสมาทางข้อความเฟสหรือเพจเฟสก็ได้ค่ะ หากว่ายอดถึง30เล่มละก็พิมพ์แน่นอนซึ่งตอนนี้ก็ดูเรื่องปกอยู่นะค่ะ 

 

จีนตื่นเต้นมากๆเลยในเรื่องนี้ ไม่เคยพิมพ์นิยายมาก่อนและคนสนใจค่อนข้างมาก ยังไงๆก็รอฟังข่าวจากเค้าอีกทีน่ะค่ะ รับรองว่าจะพยายามให้ดีที่สุด ขอบคุณทุกๆคนมากมายค่ะ

edit @ 24 Oct 2013 22:38:46 by YuJeanRas

[FIC] Hiddlesworth [ChrisXTom]Ft.[LiamXBen]#1 The choice

posted on 12 Oct 2013 09:49 by rasmason2 in Fiction directory Fiction, Entertainment

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิงนะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl

 

C : Chris H. X Tom H. 

      Liam H. X Ben C.

R : T

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

********************************

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมทองขยับตัวน้อยๆเพื่อขึ้นมานั่งดีๆ เลื่อนกระจกลงเล็กน้อยเพื่อมองสาวๆสองคนที่เดินผ่านไปให้ชัดๆ ยกยิ้มน้อยๆอย่างพอใจเมื่อเห็นกระโปรงเล็กๆนั่นเลิกขึ้นนิดๆยาวที่พวกเธอก้าวขึ้นทางข้ามเล็กๆแล้วก็ต้องรีบหันมาเมื่อถูกมือแข็งแรงของผู้เป็นน้องชายตีเข้าที่ไหล่ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผมทองสวยมัดอย่างลวกๆหันมาตามที่ถูกเรียก มองชายหนุ่มตัวใหญ่เกือบจะเท่าเขาแต่อายุน้อยกว่า แลมหันมามองเขาผ่านแว่นกันแดดและเขี้ยวหมากฝรั่งไปด้วยมันให้ความรู้สึกที่ดูกวนโอ้ยดีจริงๆ

 

 

“คริส...อยากเข้าคุกหรือไงมองเด็กอายุสิบห้าแบบนั่น”เขายักคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ตอบคำถามนั่น หันกลับมาสนใจข้างทางเหมือนเดิม เขาย้ายมาจากที่ออสเตเรียเพื่อมาอยู่กับน้องชาย...จะว่าแบบนั่นก็ไม่เชิง เขาย้ายมาช่วยงานน้อยและแชร์ค่าเช้าบ้านต่างหาก มองบ้านหลายๆหลังที่ดูสวยและต่างจากที่ออสเตเรียจริงๆ ดูอบอุ่นด้วยแสงแดดร้อนๆจนต้องใส่แว่นกันแดด ตัดผ่านต้นไม้หลายต่อหลายต้นที่ผ่านมาในระหว่างทางทำให้เขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าที่นี้เป็นย้านที่พักที่ห่างจากเมืองมาอประมาณแต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบชนบทมากเกินไปจริงๆแล้วให้ความรู้สึกเป็นเมืองเลยเสียมากกว่า

 

 

“ท่าทางแบบนั่นดูไม่เหมือนพวกถูบังคับให้มาที่นี้เลยน่ะคริส”เขาหัวเราะเบาๆกับเสียงแซวของน้องชายตัวดีผมตังๆสีน้ำตาล

 

 

“ฉันอยากมาช่วยงานนายต่างหากคุณหมอผู้รักสัตว์ ฉันรู้ว่างานที่คลินิกค่อนข้างยุ่งพอสมควร เพื่อนนายเองก็อยากได้หมอเพิ่มไม่ใช่หรือ คิดดูสิ...หมอหนุ่มสุดหล่อชาวออสซี่สองคน สาวๆเยอะแน่”คริสว่าขำๆแต่แลมกลับสายหน้าน้อยๆ

 

 

“เรารักษาสัตว์คริส ไม่ใช่เจ้าของสัตว์ ขืนมีเรื่องแบบนั่นกับลูกค้าก็แย่นะสิ ห้ามทำนะคริส”เสียงทุ้มต่ำว่ายิ้มๆ ซึ่งเขาเองก็เพียงแค่ตอบรับไปไม่จริงจังนักเท่านั่น ก็นั่นและ...พวกเขาเป็นคุณหมอหนุ่มสุดหล่อ เขาย้ายมาจากออสเตเรียเพราะค่อนข้างเบื่อ อยู่คนเดียวไม่มีน้องชายรับมุขมันก็เหงา เลยย้ายมาอยู่ด้วยเสียเลย ได้ทำงานที่เดียวกันแค่คนละกะเวลาก็เท่านั่น คิดจะอยู่แบบให้เบื่อหน้ากันไปทางหนึ่งเลยทีเดียว

 

 

“เฮ้ๆๆๆแลมเดียวๆ”เขาแทบจะเด้งตัวขึ้นมาจนน้องชายเขาเผลอเหยียบเบรครถให้มันหยุดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสายตาอาฆาตที่สงมาอย่างไม่เข้าใจว่าเขาทำบ้าอะไร แต่ตอนนี้เขากำลังสนใจซุ้มของที่ตั้งขายอยู่ตรงหน้าบ้านหลังหนึ่ง เขียนไว้ว่าSALE จริงๆแล้วเขาไม่ได้อยากได้อะไรหรอกแต่เขาไม่ค่อยเจออะไรแบบนี้ที่ออสเตเรีย ที่อเมริกาอาจจะเป็นเรื่องปกติและเขาอยากจะลงไปดูซักหน่อย ของในบ้านที่เอาออกมาลดราคา บางทีเขาอาจจะได้เก้าอี้สวยๆมาซักอันก็ได้

 

 

“เป็นบ้าอะไรคริส! ฉันขับรถชนคนหรือไงถึงร้องขนาดนั่น”แลมบ่นเสียงแข็ง

 

 

“นั่นไงแลม ฉันอยากดู ไปดูกันเถอะไอ้เสือมาๆ”เขาตบท่อนขาแข็งแรงของน้องชายทำให้แลมถอนหายใจเซงๆราวกับมันเป็นเรื่องไร้สาระ

 

 

“ฉันไม่ไปอยากไปก็ไปฉันรออยู่นี่และ..”เขาหันไปมองใบหน้าคมของน้องชายตัวดีแล้วก็ต่อยไปที่ท่อนแขนอีกฝ่าย

 

 

“มาด้วยกัน”เขาแกล้งพูดเสียงแข็ง

 

 

“ไม่”แลมว่า

 

 

“ได้ ถ้าเจออะไรเจ๋งๆอย่ามาขอแล้วกัน”เขาแกล้งดึงแวนตาของคนที่ทำเป็นหลับให้ลงมาเล็กน้อยจนได้ยินเสียงแลมครางต่ำอย่างรำคาญ ซึ่งเขาเพียงแค่รีบลงไปจากรถก็เท่านั่น ตรงไปยังสิ่งของน่าสนใจๆที่มีคนเดินดูของอยู่หลายคนเหมือนกัน บางทีอาจจะได้อะไรเจ๋งๆกลับไปก็ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มตัวสูงผมสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำอ้าปากหาวนิดๆ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมตอนนี้เขาจะต้องมาเดินเลือกอะไรที่มันน่าสนใจหรืออะไรก็ตามที่เขาไม่ได้อยากได้เลยซักนิด เขามาที่นี้เป็นเพื่อนทอมน้องชายของเขาที่ตอนนี้ถูกเจ้าของบ้านพาไปดูแจกันที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งเนื่องจากมันใหญ่มากจนขนออกมานอกบ้านไม่ได้ เขาไม่ได้จะซื้อไปถมบ้านเขาและบ้านทอมหรอก แต่ตั้งใจจะหาซื้อของไปบริจากที่โรงเรียนของชุมชนต่างหาก นานๆทีก็บริจากไปซักทีถ้าเจอของอะไรดีๆแล้วมันยังพอใช่ได้ละน่ะ

 

 

สายตาคมสีฟ้าอมเขียวกวาดตามองลวกๆไปยังเก้าอี้ไม้พับได้สองตัวที่ตั้งอยู่ มันเขียนราคาไว้ที่สี่เหรียญกว่าๆและเขาคิดว่ามันก็ถูกดี ถ้าซื้อไปตั้งไว้ที่บ้านเพื่อออกไปเที่ยวก็น่าจะใช้ได้ ทำให้เขาสนใจมากจริงๆก่อนจะก้มลงไปหยิบมันขึ้นมามอง เห็นว่าสีมันลอกไปบ้านแต่ถ้าเอาไปทาสีเองก็พอไหวอยู่เหมือนกัน ดูแล้วน่าจะคุ้มเอามากๆ

 

 

“ถ้าคุณไม่อยากได้มันผมคิดว่าผมจะซื้อ”เขาหันมาทันทีทำให้เห็นชายหนุ่มผมทองที่ยืนฉีกยิ้มให้เขาอยู่ เบนเพียงแค่ขยับตัวน้อยๆมองผู้มาใหม่

 

 

“ซื้อแน่นอนครับ”เขาว่าและยิ้มออกมานิดๆ

 

 

“งั้น...ผมเอาตัวเดียวก็ได้”เขาอ้าปากน้อยๆเมื่อเห็นคนตัวสูงกว่าหยิบเก้าอี้อีกตัวไปถือ เขาจะซื้อมันสองตัว มันทำให้เบนหรี่ตามองอีกฝ่ายนิดๆ

 

 

“ผมคิดว่าผมจะซื้อสองตัว เสียใจด้วยครับ”เขาขยับตัวมองหน้าคนที่สูงกว่าน้อยๆ ซึ่งอีกฝ่ายเพียงแค่อมยิ้มนิดๆเท่านั่น

 

 

“แต่ผมหยิบก่อนน่ะ”เสียงทุ้มต่ำพูดทะเล้นๆ จนเขาแทบจะอ้าปากออกมา

 

 

“ฉันดูอยู่และฉันกำลังจะหยิบ”เขาแทบจะพองตัวใส่คนตัวใหญ่ตรงหน้า แต่อีกฝ่ายเพียงแค่ยิ้มให้เขาเท่านั่น

 

 

“เอางี้ดีไหม ผมยอมยกมันให้คุณก็ได้แลกกับเบอร์โทร?”เขาเลียริมฝีปากนิดๆและหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจริงจัง

 

 

“วิธีจีบนายห่วยเอามากๆรู้ไหม และฉันไม่ให้เบอร์นายแน่นอน เอาเก้าอี้มา”เบนขู่แต่อีกฝ่ายเพียงแค่แกล้งตีหน้าเศร้า

 

 

“แค่อยากจะชวนไปเที่ยวด้วยเท่านั่นเอง อย่าตัดโอกาสผมนักสิ”คริสทำหน้ายู้แต่เขากลับไม่สนใจมันซักนิด

 

 

“ฉันไม่สนใจผู้ชาย ถ้าไม่เอาเก้าอี้ให้ฉันก็โอเค ไม่เอาก็ได้”เบนแกล้งพูดเสียงแข็งแต่ดูท่าแล้วอีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจซักนิด เป็นเวลาเดียวกับที่เขาหันไปเจอน้องชายของเขากำลังเดินมา ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนดวงตาสีเขียวมาพร้อมกับแจกันขนาดไม่ใหญ่มากติดมือมาสองใบและกำลังตรงมาทางเขากับเจ้าชายหนุ่มตัวโตผมสีทองที่เขาค่อนข้างคิดว่ากวนประสาทนิดๆ

 

 

“เฮ้เบน เสร็จหรือยัง”ทอมยิ้มให้เขาและเขาเพียงพยักหน้านิดๆ กำลังจะขยับตัวเดินออกไปจากตรงนั่นแต่คริสก็เข้ามาขวางไว้ก่อน

 

 

“เฮ้ สวัสดีครับผมคริส...คุณคงเป็นเพื่อนของเขา”เขาหรี่ตามองชายหนุ่มที่เอื่อมมือออกไปจับมือน้องชายเขาจนทอมขยับเอาแจกันมาถือไว้ข้างเดียวแทบไม่ทัน เขากำลังจะอ้าปากพูดอะไรซักอย่างแต่สีหน้ายิ้มๆของทอมมันทำให้เขาหยุด มองใบหน้าน้องชายที่มันแดงขึ้นนิดๆและมองบุคคลที่ชื่อ”คริส”ไม่วางตา ต่างจากเจ้านั่นที่กำลังมองเขาอยู่

 

 

“ผมทอมครับ น้องชายของเบน...ไม่คิดว่าพี่มีเจอเพื่อนที่แบบนี้”ทอมตอบกลับไป ทำให้เขาเห็นว่าคริสก้มมองน้องชายเขายิ้มๆและหันมาทางเขา

 

 

“แน่นอน เบนหรือ?ย่อมาจากอะไร เบนจามิน? เบรนดอน?”คริสฉีกยิ้มกว้างทำให้เขาทำเป็นไม่เห็น

 

 

“เบเนดิก”ทอมตอบและมันทำเขาเปลี่ยนจากหรี่ตามองคริสมาเป็นน้องชายเขามากกว่า มองชายหนุ่มที่ตอนนี้ยิ้มให้คริสอย่างอายๆเพราะคนตัวสูงที่ดูเหมือนจะกำลังยิ้มหวานให้ทอม

 

 

“เยี่ยมมาก ส่วนคุณคงจะเป็นอืม...ทอมสัน?”คริสขยิบตานิดๆทำให้น้องชายเขายิ้มออกมามากกว่าเดิม

 

 

“โทมัสครับ”ชายหนุ่มตัวเล็กกว่าบอก

 

 

“เอาละ...เรากลับกันได้แล้วทอม ยังต้องมีงานต้องทำอีกน่ะ”เบนตัดบทสนธนาทำให้คริสหันมามองเขาทันที เขาเพียงแค่หันไปมองหน้าอีกฝ่ายเพียงแวบเดียวและหันมาสนใจน้องชายเขาต่อ

 

 

“เฮ้ทอม...นายว่างไหม บางทีเราอาจจะไปเที่ยวด้วยกันได้”เขาหยุดและหันมามองเจ้าของร่างกายใญ่โตและผมสีทองสวย เขามั่นใจว่าคริสรู้ว่าเขาไม่ไปแน่ๆเลยมาเข้าทางน้องชายของเขาแทน บางอย่างมันทำให้เขามั่นใจแบบนั่น

 

 

“ครับ ผมไม่มีปัญหาอะไร”ทอมตอบกลับไปยิ้มๆ และเขาค่อนข้างมั่นใจว่าทอมไม่รู้ตัวเท่าไรว่าถูกคนตรงหน้าหลอก

 

 

“ดีใจจริงๆที่นายอยากไปเที่ยวกับฉัน ทำไมไม่ลองพูดชวนเบนแทนฉันหน่อยละ เขาไม่ยอมมา”คริสแกล้งพูดเสียงหง่อยทำให้ทอมหันมามองหน้าเขาอย่างคาดเอาคำตอบ

 

 

“ฉันไม่ไปไหนกับคนที่พึ่งเจอกันแค่สิบนาทีโอเค?”เขาพูดดักคอน้องชายทันทีก่อนที่ทอมจะถาม “วิธีที่ใช่จีบของนายมันเชยมาก ทีนี้...ขอบใจในน้ำใจและน้องฉันและฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั่น”เขาพูดต่อในเชิงบังคับเล็กๆ และคริสเพียงแค่เลียริมฝีปากน้อยๆอย่างใช่ความคิด

 

 

“ฉันไม่ใช่คนน่าสงสัยนะเบน แค่ไปเที่ยวสนุกๆเอง”เขาเห็นชายหนุ่มตัวสูงพยายามเหมือนกำลังแก้ตัวเสียมากกว่า ทำท่าทางหงอยๆแบบนี้หรือคิดว่าจะหลอกเขาได้ แต่ดูเหมือนมันจะได้ผลกับน้องชายของเขาเสียมากกว่าเมื่อทอมหันมามองหน้าเขาราวกับไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมทำตัวดีๆ

 

 

“เอาแบบนี้ดีกว่า...นี่เบอร์ติดต่อฉัน แล้วก็สถานที่นัด..ฉันกับน้องชายจะไปเที่ยวที่นี้รอพวกนาย หวังว่าจะมา”คริสหยิบกระดาษอะไรบางอย่างที่อยู่กระเป๋าหลังออกมาเขียนๆด้วยปากกาที่วางอยู่แถวนั่น อีกฝ่ายยื้นมันให้เขาและเขาเองก็รับมาอย่างไม่ค่อยใสใจนัก มองสบดวงตาคมกริบที่ดูมันจะยิ้มกวนๆให้เขาแต่ก็รีบหันหน้าหนีอย่างไม่ใส่ใจนัก

 

 

“เอ่อ...เก้าอี้นี้ฉันให้นายแล้วกัน”อีกฝ่ายยื้นเก้าอี้ไม้ตัวเล็กให้เขา ซึ่งเขาก็รับมันมาแต่โดยดี

 

 

“แล้วนายไม่อยากได้มันแล้วหรือ?”เขาถามออกมาเบาๆ

 

 

“ไม่ดีกว่า อยู่กับนายคงมีประโยชน์กว่าฉันสนใจนี้...ตุ๊กตาเป็ด”เขายิ้มออกมานิดๆเมื่อเห็นอีกฝ่ายหยิบตุ๊กตาดินเผารูปเป็ดขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือจากโต๊ะใกล้ๆขึ้นมา ร่างสูงยิ้มให้เขาและทอมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะขยับตัวเดินห่างออกไป และเขาไม่ได้สนใจนัก...จริงๆแล้วคริสก็คงไม่ได้เลวร้ายนักหรอก

 

 

“จะไปไหมเบน”เขาหันมามองใบหน้าของชายหนุ่มที่ตัวเล็กกว่า ทอมถามด้วยน้ำเสียงที่เขาไม่แน่ใจนักว่าตื่นเต้นหรือยังไง

 

 

“แน่นอนว่าไม่อยู่แล้ว”เขาว่า

 

 

“ทำไมถึงไม่อยากไปเบน ไม่เอาน่าแค่เทียวสนุกๆเอง”ทอมพยายามพูดแต่เขาเองเพียงแค่จ้องหน้าน้องชายนิ่งๆเท่านั่น

 

 

“ใช่ นายชอบเขา”ชายหนุ่มผมสีดำหรี่ตามองอย่างจับผิดและทอมเพียงแค่หันหน้าหนี

 

 

“เขาก็ไม่ได้ดูแย่อะไรนิเบน แต่ถึงยังไงฉันก็คงจะไม่มีโอกาสเพราะนายเองก็คงชอบเขาเหมือนกัน”เขาตาโตขึ้นมาน้อยๆ

 

 

“เปล่า!”เขาแทบจะถลึงตาใส่ชายหนุ่มที่ตัวเล็กกว่า ก้มหน้าน้อยๆอย่างใช่ความคิดว่าจะทำยังไงดี

 

 

“ดี งั้นนายก็แค่ไปเป็นเพื่อนฉัน”ทอมยิ้มกว้างให้เขา และมันทำให้เขาแทบจะปฏิเสธไม่ได้ ทอมเป็นคนที่ใสซื่อและค่อนข้างมองโลกในแง่ดีเอามากๆ และเขาคิดจริงๆว่าทอมไม่น่าจะรู้ว่าคริสพยายามเขาหาเขาทางน้องชาย นั่นและที่มันทำให้เขาไม่อยากไปเท่าไร เขาไม่ไว้ใจคนประเภทนั่น

 

 

“แค่ครึ่งชั่วโมงแล้วกลับ ดูสิว่าคริสเขียนไว้ว่าที่ไหน”เขายื้นกระดาษแผ่นเล็กให้น้องชายซึ่งทอมก็รับมาอ่านแต่โดยดี

 

 

“บาร์ที่อยู่ห่างไปไม่มาก ติดกับร้านอาหารที่เราชอบไปกันไงเบน แบบนี้คงไม่เป็นอะไร...เขาให้ที่อยู่เรามาด้วย”ทอมหัวเราะน้อยๆเมื่อพลิกกระดาษไปด้านหลังและพบกับที่อยู่ใกล้ๆแถวนี่ที่ดูเหมือนพิมพ์มาจากในคอม

 

 

“ฉันไม่เข้าใจรสนิยมนายจริงๆทอม”เบนครางอย่างชัดอกขัดใจและตัดสินใจเดินห่างออกไปเพื่อไปจ่ายเงินให้เรียบร้อย จะได้กลับบ้านซักที

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

 

แลมลืมตาขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่ามีคนเปิดประตูรถฝั่งที่นั่งข้างคนขับ ชายหนุ่มตัวสูงหันไปมองดูพี่ชายผมทองพร้อมกับตุ๊กตาดินเผารูปเป็ดที่เขาคิดว่ามันค่อนข้างจะไม่เหมาะกับพวกเขาเลยซักนิด มองอีกฝ่ายที่ถอนหายใจดูเป็ดตัวนั่นแล้วนั่งเงียบๆจนเขาเริ่มสตาสรถอีกครั้ง

 

 

“ตลกมากคริสที่เอาไอ้ตัวนั่นมา”เขาพูดเซงๆ “ฉันเห็นลูกฟุตบอลอยู่ตรงนั่น นายน่าจะหยิบมาเพื่อเราเอามาเล่นกัน”เขาพูดต่อ

 

 

“ฉันได้อะไรดีๆมามากกว่านั่นอีก พรุ้งนี้เราจะไปเทียวกันแลม”เขาเห็นพี่ชายเขาฉีกยิ้มกว้างและเขาค่อนข้างแน่ใจว่าอีกคนต้องไปทำอะไรแผลงๆมาแน่

 

 

“นี้นายไปจีบใครมาคริส? เขาให้ไอ้ตัวนั่นนายมาหรือไง”เขาแทบจะร้องออกมา

 

 

“ผู้ชายคนหนึ่งที่ดูแก่กว่าฉันหน่อย ผมสีดำท่าทางหยิ่งนิดๆ เร้าใจเป็นบ้า เขามีน้องชายด้วยน่ะแต่นิสัยต่างกันสุดๆเลย น้องชายเขาดู...เหมือนพวกคุณชายในวังแบบชาวอังกฤษอ่ะ นายสนใจไหมแลม”คริสยันตัวขึ้นมานั่งดีๆราวกับเป็นเรื่องตื่นเต้นแต่เขาแค่ถอนหายใจนิดๆ

 

 

“ฉันเข้าใจดีที่ว่าพี่น้องนิสัยต่างกันก็มี”เขาแบ้ปากและมันทำให้ถูกท่อนแขนแข็งแรงศอกกลับมาแรงๆทีหนึ่งจนเขาต้องร้องท้วงเสียงดัง

 

 

“ถ้านายพูดจาทำร้ายจิตใจฉันอีกคำเดียวฉันจะเอาเป็ดตัวนี้เข้าไปตั้งหัวนอนห้องนาย”เขาหัวเราะแห้งๆในคำพูดเอาแต่ใจของพี่ชายแล้วจัดการมอบคำหยาบคายให้สองคำ ซึ่งคริสเพียงแค่หัวเราะเท่านั่น

 

 

“นี้ย้ายมาอยู่นี้วันแรกจะเที่ยวแล้วหรือ นายต้องนอนพักซักนิดนะคริส”เขาบอก

 

 

“ฉันนอนบนเครื่องบินมาเยอะแล้วน่าแลม พร้อมเที่ยวแน่นอน หลังจากนายช่วยฉันจัดของเสร็จเราจะไปเที่ยวกัน”เสียงทุ้มต่ำของพี่ชายเขาว่า

 

 

“นายจัดของนายเสร็จ เราจะไปเที่ยวกัน”เขาเสริมให้

 

 

“นาย-ช่วยฉันจัดของ”เขาเอื่อมมือออกไปจัดการเปิดเพลงให้ดังลั่นกลบเสียงของพี่ชายตัวดี ทำให้รู้สึกเหมือนคริสตะโกนบ่นอะไรเขาซักอย่างแล้วก็เงียบลงไปเหมือนเดิม อยากรู้จริงๆเลยว่าคนที่พี่ชายเขาชอบเนี่ยจะหน้าตาเป็นยังไง คงน่าสงสารจริงๆนะเนี่ย

 
 
 
 
 
 
 
 
 
**************************
 
 
อดใจเขียนเรื่องยาวไม่ได้จริงๆ ทั้งที่อยู่ในช่วงนี้แท้ๆ
 
 
จะพยายามหาเวลามาอัพนะค่ะ รอหน่อยน่าาาา สอบจะเสร็จแล้วววว
 
 
จีนรักทุกคนนนนน เรื่องนี้จะพยายามเขียนให้ดีที่สุดค่ะ หวังว่าจะชอบกันนะค่ะ
 
 
ไม่เคยเขียนคู่หลักพร้อมกันสองคู่ อัยย่ะ

edit @ 12 Oct 2013 10:06:43 by YuJeanRas

[FIC] Hiddlesworth [ChrisXTom]R. Just a Dream? 2

posted on 08 Oct 2013 10:50 by rasmason2 in Fiction directory Fiction, Entertainment

 

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิงนะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl

 

C : Chris H. X Tom H.

R : T

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

********************************

 

 

#1 :  http://rasmason2.exteen.com/20130810/fic-hiddlesworth-chrisxtom-r-just-a-dream

 

 

 

 

ทอมแทบจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อเขาได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่มันตกลงพื้น ดวงตาสีสวยลืมขึ้นช้าๆอย่างงัวเงียเพราะเหตุที่นอนไม่ค่อยพอนัก เขาไม่แน่ใจว่าตอนนี้อยู่ไหนแต่เพราะเสียงทุ้มต่ำที่มันดังอยู่ใกล้ๆมันทำให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวแน่นอน ทอมกระพิบตาถี่ๆเพราะปรับสายตาก่อนจะพบกับชายหนุ่มร่างสูงที่ยิ้มแป้นให้เขาและพูดอะไรบางอย่างในเชิงว่าเรียกเขาตั้งนานแล้วแต่เขาไม่ยอมตื่น

 

 

 

"โทษทีน่ะทอม ฉันทำหมวกนายหล่น"คริสหัวเราะน้อยๆในระหว่างที่เก็บหมวกโลกิขึ้นมาตั้งไว้บนโต๊ะ เขาเพียงแค่มองตามมือหยาบแข็งแรงไปเท่านั่น

 

 

 

"กี่โมงแล้วคริส...ฉันเผลอหลับจริงๆด้วย"สายตาคมตวัดมามองเขาน้อยๆและเขาไม่แน่ใจว่าชั่วแวบหนึ่งมันดูเหมือนคริสจงใจปล่อยให้เขาหลับไปแบบนั่น

 

 

 

"อีกสิบห้านาทีเที่ยงคืนแล้ว..นายถ่ายทั้งวันแน่นอนว่าคงเหนื่อย"เขาพยักหน้ารับรู้เมื่อคริสหยิบน้ำเปล่าที่ตั้งอยู่มาให้เขาดื่ม ทำให้เขาเองพึ่งสังเกตุเห็นว่าตัวเองยังอยู่ในชุดโลกิเพียงแค่พิงพนักหลับบนโซฟาเท่านั่น และตอนนี้เขาน่าจะอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะเขาจำไว้ว่าล่าสุดเขาอยู่ในแทเลอร์ของช่างแต่งตัว

 

 

 

"ลุคฝากมาบอกว่าจะขอกลับก่อนเพราะมีธุระด่วน นายหลับอยู่ก็เลยบอกไปว่าจะบอกนายให้ นายกลับกับฉันได้ทอม "คริสฉีกยิ้มให้เขาและเขาคิดว่ามันดูดีจริงๆ

 

 

 

"ได้..ทำไมถึงไม่มีใครปลุกน่ะ ทุกคนคงกลับหมดแล้วและฉันก็อยู่ในชุดโลกิ...ฉันจะถอดมันยังไง"เขาแทบจะถอนหายใจออกมา แต่คิดอีกทีเขาเองก็ถอดชุดเป็นมันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร

 

 

 

"ฉันก็อยู่นี่ไง ฉันช่วยเอง "เขาเห็นอีกฝ่ายยักคิ้วให้ด้วยท่าทางทำมันทำให้เขาใจเต้นแปลกๆจนต้องหันหน้าหนี ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อคิดว่าจริงๆแล้วตัวเองเป็นอะไรกันแน่ถึงมีความรู้สึกแบบนี้ ทอมหันหน้ามายังกระจกบานใหญ่ที่ใช่สำหรับพวกแต่งหน้า มองใบหน้าตัวเองที่ตอนนี้ยังเป็นโลกิอยู่พลางหยิบเช็ดชู่ขึ้นมาเช็ดเครื่องสำอางออก ทำให้เขาเห็นการ์ตูนที่วางอยู่ เป็นคอมมิกเล่มเล็กที่ดูจากหน้าปกแล้วคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับแวมไพร์ทำให้เขาใช่มือหนึ่งที่ว่างอยู่เปิดๆดู

 

 

 

"สนใจเรื่องแวมไพร์หรือทอม "เขาสะดุ่งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงคริสใกล้ๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาทำให้เห็นว่าชายหนุ่มร่างสูงยืนอยู่ข้างหลังเขา รอยยิ้มหล่อเหล่าที่เพียงแวบเดียวเขาสาบานได้ว่ามันมีความหมายแฝงแน่นอน แต่เขาคิดว่าเขาคิดไปเองเสียมากกว่า

 

 

 

"ฉันไม่เคยอ่านมันหรอก...พีอาร์เองก็บอกให้ลองอ่านแต่ฉันยังไม่มีเวลาเท่าไร"ทอมหัวเราะน้อยๆพลางเช็ดเครื่องสำอางออกให้เยอะกว่าเดิม เขาคิดว่าข้างนอกน่าจะมีคนอยู่บ้าง อย่างน้อยๆก็ช่วยถอดวิกผมให้เขาได้

 

 

 

"แค่บอกว่านายสนใจในตัวแวมไพร์ทอม.."เขาเผลอชะงักมืออยู่ตรงแก้มเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำน่าหลงไหลที่มันแหบพร่าจนเขาขนลุกซู บางอย่างมันทำให้เขาใจเต้นจนถึงขนาดที่ชั่วแวบหนึ่งเขาไม่กล้ามองสบดวงตาคมผ่านกระจก ทอมรีบทำตัวให้เป็นปกติก่อนจะเงยหน้าคมตัวสูงที่ตอนนี้หันหลังไปเล่นโทรศัพท์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

 

"นายพูดเหมือนกับอ่านเรื่องนั่นจบแล้ว "เขาตัดสินใจถามออกไป ลอบมองเซี้ยวหน้าคมแล้วหันมาลบเครื่องสำอางต่อ พยายามทำเป็นไม่สนใจยามที่คริสวางโทรศัพท์และเข้ามาใกล้

 

 

 

"นายรูไหมว่าแวมไพร์ในความคิดฉัน ต้องเซ็กซ์ซี่ เย้ายวน รุนแรง แล้วก็น่าสัมผัสในทุกๆครั้งที่ได้อยู่ใกล้...นายจะราวกับถูกมนต์สะกดให้ไม่สามารถละสายตามาจากอีกฝ่ายได้ ใจเต้นและใจเต้นหนักขึ้นๆในทุกๆครั้ง..."เขามั่นใจว่าคริสจงใจไล่ฝ่ามือข้างหนึ่งตามแผ่นหลังของเขา แต่ก็ราวกับเพียงแค่ช่วยแก้ชุดออกก็เท่านั่นเอง บางอย่างในคำพูดนั่นมันทำให้เขาสับสนและใจเต้นขึ้นมาในยามที่คริสจงใจไล่นิ้วผ่านลำคอด้านหลังเพื่อดึงชุดออก

 

 

 

"นายไปอ่านอะไรมากันแน่คริส...แวมไพร์แบบไหนของนาย"เขาแกล้งพูดเป็นมุขตลกและมันทำให้ร่างสูงใหญ่ขำเบาๆ

 

 

"แวมไพร์ในอุดมคติฉันไงทอม"คริสถอดของบางส่วนออกจนเขารู้สึกว่าเบาตัวขึ้น ก่อนที่อีกฝ่ายจะจงใจตบก้นเขาจนเขาเลออุทาน ขำออกมาตามร่างสูงในยามที่คริสเอาของไปแขวน

 

 

 

"แล้ว...แวมไพร์ทำอะไรได้อีกคริส?"เขาหันหน้ามาหาคนตัวสูงที่ยืนอยู่ อีกฝายยังคงยิ้มพร้อมกับสายตาคมกริบที่มันตวัดขึ้นมามองเขา บางอย่างในสายตานั่นทำให้เขารู้สึกราวกับคริสกำลังถอดเสื้อผ้าเขาออก มันทำให้เขาแทบจะยิ้มค้างไว้แบบนั่นพร้อมกับหัวใจที่พองโตและเต้นถี่จนเขาตกใจ

 

 

 

"อืม...แวมไพร์จะทำให้คนหลงใหล รู้สึกราวกับตัวเบาหวิว...ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ.."เขาหลุบตาลงต่ำเพื่อมองริมฝีปากหยักของคนที่ขยับเข้ามาใกล้ แทบจะหยุดหายใจยามที่คริสเอื่อมมือทั้งสองมาจับเอวเขาเอาไว้

 

 

 

"...จะไม่สามารถหลบตาได้ ความต้องการเย้ายวนจะสูงขึ้น..ถ้าคิดไม่ซื่อก็จะยิ่งหลง ยิ่งหลงไปเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว.."เขากลืนน้ำลายเฮือกกับมือหยาบแข็งแรงทั้งสองข้างที่ไล่ขึ้นมาเพื่อถอดอะไรหลายๆอย่างที่โลกิใส่

 

 

 

"...แต่ในทางกลับกัน หากว่าไม่คิดอะไรตั้งแต่แรกก็จะไม่มีผลอะไร...แวมไพร์เจ้าเล่ห์ ช่างยั่วและ...เร้าร้อน"เขาราวกับลมหายใจหายไปเมื่อคริสปลดอะไรหลายๆอย่างออกไปจากตัวเขา สายตาคมที่มองมามันทำให้เขาคิดว่าร่างสูงใหญ่กำลังปลดเสื้อผ้าออกไปจากตัวเขามากกว่าเพียงแค่ปล่อยให้มันคลุมเอาไว้ คริสไล่ฝ่ามือไล่ไปทางด้านหลังพร้อมกับพึมพำขอโทษแม้ว่าเขาจะมั่นใจว่าไม่มีความรู้สึกผิดในน้ำเสียงนั่นแน่ๆ

 

 

 

ทอมแส่หน้าหลบเมื่อคริสขยับใบหน้าเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้นจนเขาใจเต้นไปหมด อยากจะท้วงแต่ก็เหมือนไม่มีแรงจะพูด ราวกับคริสจงใจขยับใบหน้าเข้ามาใกล้เขาแต่ก็เหมือนกับเพียงแค่บังเอิญเท่านั่น ลมหายใจร้อนเป่ารดอยู่ตรงช่วงคอจนเขาแทบจะละลาย แล้วทุกอย่างก็จบเมื่อคริสยันตัวออกมาพร้อมกับรั้งเข็มขัดออกจากตัวเขา

 

 

 

"ชุดนายก็วุ่นวายดีจริงๆ"คริสหันเอาเข็มขัดไปเก็บแล้วขำน้อยๆ แม้ว่าเขาจะกำลังพยายามยันตัวไว้ไม่ให้เข่าอ่อนลงไปก็ตามที

 

 

 

"เอาละที่รัก...หันหลังได้แล้ว"คริสแกล้งพูดเสียงหื่นแบบปกติที่ต้องการแกล้งเขา แต่ทำไมครั้งนี้เขารู้สึกแปลกๆกับคำพูดแบบนี้ก็ไม่รู้

 

 

 

 

 

ทอมมองอีกฝ่ายอย่างชั่งใจแล้วเปลี่ยนมาขยับหันหลังให้คริส มองตัวเองผ่านกระจกบานโตที่มีหลอดไฟเล็กๆสีส้ม มองสภาพตอนนี้ของตัวเองแล้วไล่สายตามายังเจ้าของร่างกายสูงใหญ่กำยำที่เดินตามมาและหยุดอยู่ที่ด้านหลังของเขา มองมือหยาบทั้งสองไล่ไปตามเอวของเขาและวนมายังด้านหน้า มันแทบทำให้เขาหยุดหายใจกับความรู้สึกแปลกๆบ้าบอที่มากขึ้นจนเขาเผลอกำมือที่เท้าโต๊ะเอาไว้แน่น ไม่ได้มองสบตาคริสผ่านกระจกแต่บางอย่างทำให้เขามั่นใจว่าคริสกำลังมองเขาอยู่แน่นอน

 

 

 

 

"ทอม..ขยับมาด้านหลังหน่อยสิ"คริสพูดเสียงต่ำราวกับเสียงหอบหายใจ มันทำให้เขาลืมตาขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองตอบสนองเสียงของคริส...มันแทบจะทำให้เขายันตัวขึ้นเพราะกลัวคนข้างหลังจะรู้

 

 

 

 

"ฉันแก้เองดีกว่าคริส...ชอบใจนายมาก"เขาพยายามพูดและเหมือนมันจะทำให้คริสนิ่งลงไป

 

 

 

 

"ฉันอยากช่วยทอม..."คริสตอบทำให้เขาขยับตัวน้อยๆจนทำให้ไปชนเข้ากับแผ่นอกกว้างเป็นเวลาเดียวกับที่คริสแทบจะรั้งกางเกงของโลกิลงมาจนเขาสั่นน้อยๆกับความเย็นที่กระทบต้นขา ใบหน้ายิ่งแดงจัดเมื่อรู้สึกถึงเสียงหอบหายใจของคริสยามที่สะโพกกลมของเขาไปเบียบเบาๆกับตัวชายหนุ่ม

 

 

 

 

"...คริส..ฉัน.."เขารู้สึกเหมือนต้องพูดอะไรซักอย่างแล้วก็ต้องเงียบลงไปเมื่อจู่ๆไฟในรถเทเลอร์ก็ดับลงไปจนทุกอย่างมืดไปหมดมีเพียงแค่แสงสีส้มจากโต๊ะใกล้ๆเท่านั่นที่ทำให้พอเห็นว่าโต๊ะอยู่ตรงไหน แม้ว่าจะยังมืดอยู่ก็ตามที

 

 

 

 

"เป็นแบบนี้ตลอดเลย ไฟตกแบบนี้...ฉันจะเรียกคนมาดู.."ทอมพูดขึ้นมาหลังจากเงียบลงไปพยายามยันตัวออกมาแต่คริสกลับไม่ขยับไปไหน และมันทำให้เขานิ่งลงไปอย่างตกอกตกใจ ตัวแข็งทื่อขึ้นมาเมื่อรู้สึกถึงมือหยาบแข็งแรงที่ลูบเบาๆอยู่ตรงช่วงท้องแล้วไล่ฝ่ามือขึ้นมา ใต้เสื้อสีเขียวของโลกิจนเขาต้องเกรงท้องน้อยๆเมื่อรู้สึกถึงมือของคริสที่ลากผ่าน เขายังคงนิ่งและไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่มองนิ่งไปยังกระจกที่ตอนนี้ไม่มีอะไรสะท้อนอยู่เพราะความมืด และเขาก็คิดว่ามันดีที่มืดแบบนี้เพราะเขาไม่อยากจะมองหน้าตัวเองจริงๆว่ามันแดงแค่ไหน

 

 

 

 

 

“ทอม...”เขากำมือที่เท้าโต๊ะไว้แน่นเมื่อรู้สึกถึงจมูกโด่งที่เคลียอยู่ตรงช่วงคอ ตามด้วยริมฝีปากหยักที่จูบลงมาบนคอของเขาจนทำให้เขาเผลอขยับหนี และยิ่งหัวใจเต้นแรงไปอีกเมื่อรู้สึกถึงมืออีกข้างของคริสที่ลูบอยู่ตรงต้นขาของเขา แต่มันเป็นเขามากกว่าที่ขยับหนีไม่ได้

 

 

 

 

“จะทำอะไรคริส...”เขาว่าเสียงสั่น และมันก็ไม่ได้ทำให้คริสหยุดเลย

 

 

 

 

“ฉันมีอะไรจะบอกทอม...ฉันชอบนาย”คริสว่า บางอย่างในคำพูดนั่นมันทำให้เขายิ่งรู้สึกร้อนเข้าไปใหญ่จนได้ยินเสียงหัวใจเต้นถี่

 

 

 

 

“อย่าล้อเล่นแบบนี้คริส”เขาบอกเสียงแข็ง “ปล่อยฉัน..”

 

 

 

 

“ฉันรู้ว่านายเองก็ชอบฉัน ฉันรู้สึกถึงเสียงหัวใจของนาย เสียงเลือดนายในตัว...”คริสว่าเสียงพร่า กดจูบลงบนต้นคอของเขาจนเขาเงยหน้าขึ้นน้อยๆเพื่อหายใจ

 

 

 

 

“ไม่...”

 

 

 

 

“ฉันเป็นแวมไพร์ทอม ฉันรู้สึกถึงเลือดของนาย...ขอได้ไหม?”ทอมรู้สึกไม่แน่ใจขึ้นมาว่าคริสกำลังเล่นมุขหรืออะไรกันแน่ แต่มันทำให้เขาใจเต้นแรงจนหูอื้อและปฏิเสธไม่ได้ แม้ว่าจะถูกคริสยันตัวให้เขาแทบจะคลานลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง

 

 

 

 

“ได้โปรดทอม...ฉันรู้ว่านายต้องการอะไร แค่เพียงนิดเดียวฉันจะทำให้นายทุกอย่าง...ทุกอย่างที่นายต้องการ”เขากัดปากไว้น้อยๆเมื่อรู้สึกถึงคนตัวสูงที่ตอนนี้แทบจะทิ้งน้ำหนักลงมาบนตัวของเขา พร้อมกับมือขวาที่เอื่อมลงมายังชั้นใจของเขา ลูบเบาๆจนเขาแทบจะหายใจไม่ออก ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงปฏิเสธคริสไม่ได้แบบนี้

 

 

 

 

“..ก็ได้...”เขาไม่แน่ใจว่าพูดออกไปหรือแค่คิด แต่มันทำให้เขาร้องออกมาเบาๆเมื่อรู้สึกเจ็บเร่นขึ้นมาที่ช่วงต้นคอ รู้สึกเหมือนถูกกัดแต่มันกลับเจ็บเพียงไม่นานแล้วแทนที่ด้วยอารมณ์บางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกร้อนขึ้นมาจนทำอะไรไม่ถูก ร้อนจนเขาต้องหอบหายใจถี่ เผลอขยับตัวให้บดเบียดกับร่างกายของคริสมากยิ่งขึ้นจนเขามั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้นซักอย่างแน่ๆ

 

 

 

 

“คริส...คริส...”เขาครางแผ่วเมื่อรู้สึกถึงลิ้นร้อนที่ลากผ่านลำคอเขา เริดหน้าขึ้นเมื่อคริสรั้งเขาเข้าไปจูบ ดูเหมือนมันจะยิ่งเร้าร้อนเข้าไปใหญ่จนเขาเผลอตัวจูบตอบไปอย่างกระตือรือร้น แทบจะครางท้วงเมื่อคริสขยับตัวออกมาเล็กน้อย

 

 

 

 

“ยันตัวขึ้นมาทอม...”เขาก้มไปด้านหน้าเล็กน้อยเมื่อคริสจังขาข้างซ้ายของเขาให้ขึ้นไปคุกเข่าอยู่บนโต๊ะ ใช่เพียงขาข้างเดียวยันตัวเองเอาไว้กับพื้น อดอายไม่ได้เมื่อนึกถึงสภาพตัวเองในตอนนี้ ทอมกัดฟันน้อยๆเมื่อคริสยังคงลูบอยู่ที่ต้นขาของเขา รั้งเสื้อผ้าของโลกิให้ต่ำลงมาจนเปิดเห็นถึงช่วงไหล่

 

 

 

 

“ถึงมืดแบบนี้ฉันก็ยังเห็นอยู่ว่านายเซ็กส์ซี่แค่ไหนทอม”เหมือนคริสจะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาพอสำหรับอะไรแบบนั่น ตอนนี้เขาร้อนและเขาต้องการทำให้มันหายๆไป เผลอตัวก้มต่ำลงไปบนโต๊ะเพื่อสะโพกของตัวเองยกสูงขึ้นตอบรับมือของคริสที่จับอยู่ตรงสะโพกเขา

 

 

 

 

“เร็วคริส...”เขาครางอย่างไม่ค่อยพอใจนักเมื่อคริสดูจะลีลาจริงๆ แม้ว่าจะรู้สึกอายๆแต่ตอนนี้เขาต้องการทำอย่างอื่นมากกว่าในเมื่อมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ทอมกลั้นหายใจน้อยๆเมื่อได้ยินเสียงขาดของชั้นในตัวเองจากมือขยาบแข็งแรงของคริสที่ฉีกชั้นในเขาอย่างรีบร้อน ขยับรั้งชายชุดสีเขียวของโลกิให้ขยับไปอีกฝั่ง เริดหน้าขึ้นน้อยๆเมื่อคริสตบลงมาบนก้นของเขา

 

 

 

 

“ทอม...ฉันชอบนาย ฉันชอบนายมาก...นายรู้ไหมว่าฉันอยากทำแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว”คริสกัดลงมาเบาๆบนหัวไหล่ของเขา และยาวขึ้นมายังต้นคอ แม้เขาจะยังรู้สึกถึงมือหยาบที่อยู่ตรงด้านหลังของเขา รู้สึกเมือนคริสกำลังปลดกางเกงและเข็ดขัดอย่างรีบร้อน เพราะมืดแบบนี้มันทำให้เขาไม่เห็นอะไรเท่าไร แต่กลับยิ่งย้ำให้ความรู้สึกที่สัมผัสชัดมากยิ่งขึ้นไปอีก ทอมแทบจะหยุดหายใจเมื่อรู้สึกถึงบางอย่างที่จ่ออยู่ตรงช่องทางด้านหลังของเขา ร้อนจนทำให้เขาใจเต้นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

 

 

 

 

“อย่าเกรงนะทอม...”คริสบอกเสียงต่ำ ดันตัวเองเข้ามาช้าๆจนเขาต้องเริดหน้าขึ้นเพื่อร้องออกมาเสียงเบา หอบหายใจถี่กับความร้อนที่ทำให้เขาทั้งเจ็บและอึดอัด แต่บางอย่างเหมือนจะทำให้เขารู้สึกดีและยิ่งร้อนยิ่งขึ้นเมื่อคริสกัดลงมาบนต้นคอเขาอีกครั้ง ราวกับเลือดในกายถูกบังคับให้ยิ่งสูบฉีดมากกว่าเดิมจนไม่รู้ว่าความเจ็บมันหายไปไหนหมด ตอนนี้แทบจะแทนมาด้วยความต้องการให้คริสขยับกายเขาลึกในตัวเขา มากกว่านี้

 

 

 

 

“คริส ได้โปรด...”เขาครางเสียงสั่น ห้ามตัวเองไม่ให้ขยับเอวไม่ได้เมื่อคริสถอนเขี้ยวออกไปจนรู้สึกเจ็บเพียงชั่วแวบหนึ่ง อีกฝ่ายพรมจูบลงบนต้นคอเขาและเริ่มขยับเอวให้มากยิ่งขึ้น เริ่มจากจังหวะช้าเนิบนาบแต่เพียงไม่นานก็เร่งจังหวะขึ้นถี่เร็วจนเขาต้องจับโต๊ะเอาไว้แน่นเพื่อยันตัวเองต้านแรงของคนตัวสูง

 

 

 

 

ทอมครางถี่พยายามหายใจให้มากที่สุดเมื่อชายหนุ่มขยับเอวแรงยิ่งขึ้นๆจนเขาต้องครางออกมาเสียงดัง ขยับตัวเริดหน้าขึ้นตามแรงดึงจากท่อนแขนแข็งแรง บังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นมารับสัมผัสรสจูบของอีกคนหนึ่ง รู้สึกถึงลิ้นร้อนที่ไล่ต้อนเขาจนแทบละลาย แม้จะจูบตอบอีกฝ่ายรุนแรงไม่แพ้กัน

 

 

 

 

“เร็วกว่านี้ได้ไหม...”เขาหอบครางเบาๆใกล้กับใบหน้าคมที่ยังคงขบริมฝีปากล่างของเขาอยู่ คริสยังคงกระแทกกายให้เร็วยิ่งขึ้นตามที่เขาบอก แม้ว่าจะมืดแต่เขาก็มันใจว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้มอยู่แน่ๆ

 

 

 

 

“ไม่...ถ้านายไม่เร่งฉันคงยิ่งกว่าเจ็บอีก...”ทอมแกล้งพูดออกไปเสียงเบา จูบริมฝีปากหยักอย่างเอาใจจนคริสก้มลงมาจูบเขาอีกรอบอย่างทนไม่ไหว รู้สึกถึงมือหยาบแข็งแรงที่บีบเอวเขาไว้แน่นเพื่อรั้งให้เขาขยับเอวสวนอีกฝ่ายให้แรงมากยิ่งขึ้น

 

 

 

 

ทอมครางเสียงเครือเมื่อคริสจงใจกระแทกกายแรงๆสองสามครั้งจนเขาจุก ขยับกายวนภายในและกระแทกตัวให้หนักหน่วงอีกครั้ง เสียงหอบต่ำของคริสกับเสียงของเขาเองแทบจะทำให้เขามั่นใจว่าหากไม่ใช่ตอนเวลานี้คงมีคนรู้แน่ๆว่าเกิดอะไรขึ้นในเทเลอร์นี้ ร้องออกมาเบาๆเมื่อคริสขบลงบนผิวเนื้อของเขาราวกับกำลังกลืนกิน เขาแทบจะขาดใจในหลายๆครั้งเมื่อคริสกระแทกตัวลึกเข้ามาในกายเขา

 

 

 

 

“เรียกชื่อฉันสิทอม..”ชายหนุ่มอ้าปากน้อยๆเมื่อคริสจงใจกดตัวเองเข้ามาลึกมากเป็นพิเศษ มันทำให้เขาแทบดิ้นหลบแต่กลับทำไม่ได้มากนัก

 

 

 

 

“คริส..คริส...”เขาหอบเสียงเครือ “..คริส ฉันชอบนาย...อ่า...”เขากัดปากแน่นกับคนตัวสูงที่ดูจะยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้นจนเขาน้ำตาคลอ ความรู้สึกหวานๆที่แทบจะล้นออกมากับความรู้สึกร้อนที่มากยิ่งขึ้นไปอีก จนเผลอตัวขยับกายตามร่างสูงแรงมากยิ่งขึ้น

 

 

 

 

“คริส...อ๊า....”เขาครางออกมาเสียงดังมากยิ่งขึ้น หอบหายใจถี่เมื่ออารมณ์ในกายยิ่งสูงขึ้น

 

 

 

 

“คริส...”

 

 

 

 

“ทอม ทอม...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เกร๊ง!!!!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงบางอย่าง หอบหายใจถี่ๆเพื่อมองสำรวจรอบๆอย่างตื่นๆว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มันทำให้เขาเห็นว่าตอนนี้เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้เหมือนเขากำลังทำอะไรบางอย่างกับคริสอยู่ แล้วทำไมชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ถึงยังยืนยิ้มให้เขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนี้ มันทำให้ทอมยกมือขึ้นลูบน้าตัวเองแรงๆเพื่อเรียกสติ พยายามใจเย็นเมื่อภาพที่เกิดขึ้นในหัวมันยังคงวนเวียนอยู่แบบนั่น นี่เขาฝันไปใช่ไหม...ฝันว่ามีอะไรกับคริส เพื่อนของเขาเอง นี้มันแย่มากจริงๆแล้วนะเนี่ย

 

 

 

 

“โทษทีนะทอม ฉันทำหมวกนายหล่น”คริสบอกยิ้มๆแล้วหยิบหมวกโลกิขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ แต่เขากำลังนิ่งกับภาพที่ราวกับเกิดขึ้นอีกรอบ เขามั่นใจว่ามันเกิดขึ้นมาแล้วตอนที่เขาฝัน หรือเขาไม่ได้ฝันอยู่ คิดได้ดังนั่นทอมจึงลุกขึ้นเพื่อสำรวจตัวเองแล้วหันมามองใบหน้าหล่อๆนั่น เพียงแค่คริสยิ้มให้มันก็ทำให้เขาใจเต้นจนทำอะไรไม่ถูกแล้วในตอนนี้

 

 

 

 

“นายโอเคนะทอม? มีอะไรหรือเปล่า??”เขาขยับตัวน้อยๆเมื่อคริสเดินเข้ามาใกล้

 

 

 

 

“ไม่มี ทุกอย่างโอเค...”เขาบอกพลางขมวดคิ้วน้อยๆ

 

 

 

 

“เยี่ยม...ลุคฝากมาบอกว่าเขาจะขอกลับก่อนเขามีธุระ แต่ฉันบอกให้แล้วว่านายจะกลับกับฉัน”เขามองหน้าคริสอย่างตกใจน้อยๆกับคำพูดที่ดูจะเหมือนเดิมทุกอย่าง

 

 

 

 

“เอ่อ...แล้วชุดฉัน”เขาพูดออกมาอีกอย่างไม่แน่ใจเท่าไรนัก

 

 

 

 

“ฉันช่วยนายถอดชุดได้ทอม”เขามองหน้าอีกฝ่ายนิ่งกับคำตอบที่ทำให้เขาใจเต้นขนาดนี้ ขยับตัวเดินกลับมายังโต๊ะเครื่องแป้ง แทบจะชะงักลงไปเล็กน้อยกับหนังสือคอมมิคเล่มเล็กที่มันวางอยู่บนโต๊ะ เผลอตัวหยิบมันขึ้นมาดูอย่างวิเคราะห์ หรือมันอาจจะเป็นเรื่องแปลกๆที่เกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นอีก??

 

 

 

 

“ทอม นายดูแปลกๆน่ะ ดื่มน้ำหน่อยไหม?”เขาหันมาพบกับอีกคนที่ยื้นขวดน้ำให้เขา ชายหนุ่มมองมันอย่างชั่งใจอยู่ชั่วครู่แล้วหยิบมันมา ทำไม...ถึงเหมือนกับในความฝันเขาขนาดนี้

 

 

 

 

“นายเชื่อเรื่องแวมไพร์ไหมคริส”จู่ๆเขาก็ถามออกไปอย่างไม่ได้ตั้งใจนัก เห็นคริสเลียริมฝีปากน้อยๆแล้วพยักหน้า

 

 

 

 

“เชื่อสิ โลกนี้มีอะไรตั้งมากมายที่เราไม่รู้”คริสว่าและเขาเพียงแค่หลบตาน้อยๆเท่านั่น

 

 

 

 

“ฝันร้ายหรือทอม”เขาเงยหน้ามองคนที่ดูจะแสดงออกมาอย่างเป็นห่วงเป็นใยเต็มที่จนเขาเริ่มใจเต้นขึ้นมานิดๆ ยิ่งฉากในฝันเข้ามาในหัวมันก็ยิ่งทำให้เขาหน้าแดง

 

 

 

 

“ฉันฝันร้าย..ฝันว่านายเป็นแวมไพร์แล้วทำร้ายฉัน”ทอมพูดหง่อยๆ แม้ว่าจะไม่ค่อยใกล้เคียงกับความเป็นจริงนัก เห็นคริสขยับเข้ามาใกล้เขาด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย ราวกับเป็นความผิดของคนตัวสูง

 

 

 

 

“เฮ้...ฉันไม่ใช่แวมไพร์ทอม มันแค่ฝันร้ายเอง ฉันไม่ทำร้ายนายหรอก”คริสบอกอย่างเป็นห่วง ทั้งสองคนสบตากันนิ่งจนเขามั่นใจว่าคริงเองแสดงอาการประหม่าออกมา ในยามที่เขาจ้องมองดวงตาคมกริบ...เหมือนคริสอยากจะหลบตาเขา

 

 

 

 

“ฉันรักนายคริส..”เขาพูดออกไปยิ้มๆ เห็นชายหนุ่มชะงักน้อยๆแล้วยิ้มออกมา

 

 

 

 

“ฉันก็รักนาย พูดแบบนี้ใครได้ยินเข้าข่าวใหญ่เลยน่ะทอม”คริสพยายามหัวเราะออกมาราวกับเป็นเรื่องตลก แต่เขากลับมองเห็นอย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายกำลังกลบเกลือนอะไรบางอย่าง ทอมเพียงแค่เอียงคอน้อยๆเท่านั่น

 

 

 

 

“ช่วยถอดเสื้อผ้าหน่อยนะคริส...ฉันถอดคนเดียวไม่ได้”เขายิ้มน้อยๆและบางอย่างทำให้เห็นความคริสนิ่งไปแปปนึ่งก่อนจะกระแอมไอเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

 

 

“แน่นอนทอม...เอ่อ...หันหลังสิ..”

 
 
 
 
 
 
 
 
 
*************************************************
 
 
สอบยากและเหนื่อยมากเลยย
 
 
แต่ถ้าใครติดตามเพจจิเจอจีนทุกวัน 55555
 
 
บางอย่างจะเอาไปลงในเพจอ่านก่อนนะค่ะ แต่เอ็กทีนก็จะลงช้ากว่าเล็กน้อย อิอิ
 
 
ฝากไลท์เพจด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่าาาา
 
 
 

edit @ 8 Oct 2013 10:57:49 by YuJeanRas

edit @ 8 Oct 2013 11:03:00 by YuJeanRas

[FIC] Hiddlesworth [ChrisXTom]Spe Trickster

posted on 27 Sep 2013 11:40 by rasmason2 in Fiction directory Fiction, Entertainment

 

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

 

 

C : Chris H. X Tom H.

R : M

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

 

 

********************************

 

 

 

 

 

 

 

 

จีนขอฝากเพจค่ะ https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

 

เข้าไปกดไลท์ กดแชร์ และพูดคุยกันได้นะค่ะทุกคน

บางทีจีนอาจจะเอานิยายไปลงแล้วมาลงที่บล็อกต่อจากในเพจก็ได้ หรืออาจจะมีฟิคสด อิอิอิอิ

ขอบคุณที่ติดตามนะค่ะทุกคน

หวังจริงๆว่าจะเข้าไปหาและทักทายกัน รักน่ะจุ๊บๆๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คริสยันตัวขึ้นน้อยๆหลังจากที่วันนี้เขาได้มีโอกาสมาเยี่ยมทอมที่บ้านอีกครั้งหนึ่ง หลังจากวันนั่นสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้ขอค้างคืนที่บ้านทอมเพราะถูกเรียกตัวให้กลับไปซ้อมที่มหาลัย แม้ว่าจะไม่อยากไปเลยซักนิดก็เถอะ หลังจากนั่นทุกอย่างดูจะผ่านไปด้วยดีมากๆจนเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ามันจะดีเกินไปหรือเปล่า ทอมค่อนข้างใจดีและไม่กวนประสาทเขาแล้ว ใจเย็นและยิ้มง่ายจนเขาเริ่มรู้สึกว่าหลงรักทอมมากขึ้นทุกที มีแต่ตัวเขาเองเนี่ยและที่ทอมลงความเห็นว่านิสัยแก้ยากมาก เขาไม่เข้าใจเลยว่ามันแก้ยากตรงไหน...เขาไม่เคยเฟริสใครเลยตั้งแต่คบกับทอม มีก็แค่แซวสาวๆกับเพื่อนขำๆเท่านั่น ไม่เคยแอบดอดไปมีอะไรกับใครด้วยซ้ำ และไม่มีปัญหาในการนอกใจอย่างที่ทำให้เขาเลิกกับแฟนคนก่อนๆมาเลย

 

 

เขารักทอมมากและทอมก็รักเขา มันทำให้ตอนนี้ชีวิตเขามีความสุขสุดๆถ้าไม่นับเรื่องที่ว่าเพื่อนๆเขาแม้ว่าจะเริ่มมีคนรู้บ้างแล้วว่าเขาคบกับ”ผู้ชาย”อยู่แต่ก็ไม่มีใครแสดงท่าทีอะไรออกมา อาจจะเป็นเพราะว่าเขายังคงปฏิบัติตัวเหมือนเดิมและไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขาก็แค่ชอบทอมแต่ยังมองก้นงอนๆของสาวๆเมื่อถูกเพื่อนๆบังคับให้มอง เขาไม่ได้เจ้าชู้แล้วแน่นอนล้านเปอร์เซน เขาค่อนข้างรู้สึกดีที่ไม่ต้องคอยพยายามปิดบังอะไรมากนัก แค่ว่าไม่พูดแต่ถ้ามีคนถามก็แค่บอกไปก็เท่านั่นและ...ไม่มีใครกล้าถามอะไรเขาแม้แต่นิด

 

 

 

 

ตอนนี้เขายืนอยู่หน้าบ้านของทอมพร้อมด้วยขนมอบจากคุณแม่ของเขา ตอนนี้เขาอยู่ในชุดที่ค่อนข้างใส่มาดีเป็นพิเศษเพื่อโอกาศที่ดี วันนี้เป็นวันแรกที่เขาจะได้มาดินเนอร์กับครอบครัวของทอมแบบชนิดที่ว่าพร้อมหน้าพร้อมตา เขายังไม่เคยเจอพ่อของทอม...นั่นอาจจะเป็นปัญหาหรือเปล่าเขาไม่แน่ใจเท่าไรนักนี่สิ บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้เพราะเขาเคยถามทอมไปตรงๆเลยว่าที่บ้านของทอมคิดยังไงในเรื่องนี้ และทอมเองก็บอกว่าพ่อแม่เขาโอเคในเรื่องที่ว่าเขามีแฟนเป็นผู้ชาย และเขามั่นใจว่าปฏิกิริยาของพ่อแม่ทอมอาจจะไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนักเพราะเขาไม่เคยมาทานอาหารอย่างเป็นทางการที่บ้านของทอมเลย

 

 

 

 

มือหยาบเอื่อมออกไปกดกริ่งที่ประตูอีกครั้ง ทำใจให้สงบสุดๆเมื่อได้ยินเสียงอะไรบางอย่างและในที่สุดประตูก็เปิดเหวี่ยงออก เขาฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของทอม อีกฝ่ายยิ้มให้เขานิดๆและขยับตัวหลบทำให้เขาเห็นว่าคุณแม่ของทอมกำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดดินเนอร์ เขากระซิบเบาๆว่าวันนี้ทอมน่ากินแค่ไหนแล้วก็ได้รับสายตาเขียวปั้ดในเชิงว่าให้เขาเงียบเมื่อคุณแม่ของทอมรีบถลามาหาเข้า

 

 

“คริส...เหนื่อยไหมจ้ะวันนี้”เขาก้มลงกอดทักทายแม่ของทอมตามด้วยจูบแก้มเธอเบาๆเมื่อเธอกอดเขา

 

 

“เยี่ยมครับ”เขาตอบยิ้มๆและเดินตามทั้งสองคนเข้ามาในบ้าน มองอาหารที่จัดไว้อย่างดีและเริ่มคิดแล้วว่ามันน่ากินจริงๆเสียด้วย อยากจะลองทานอาหารกับทอมแล้วก็ครอบครัวมาตั้งนานแล้ว ชายหนุ่มยิ้มให้ทอมน้อยๆเมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบว่าทอมกำลังมองเขาอยู่ มองสบดวงตาสีเขียวสวยจนกระทั่งมันขยับหลบสายตาเขาในที่สุด จริงๆแล้วเวลาเขินทอมน่ารักมากและเขาค่อนข้างชอบมากเสียด้วย

 

 

 

 

“รอแม่แปปนะจ้ะคริส ตอนนี้กำลังรอเนื้ออบอยู่เลย”เธอบอกและรีบเดินกลับไปยังห้องครัว เปิดโอกาสให้เขารีบแทรกตัวเองเข้าไปหาทอมที่กำลังยืนวางแก้วน้ำอยู่ แม้ว่าทอมจะทำเป็นไม่เห็นเขาแต่เขาก็รู้ว่าทอมกำลังรอดูว่าเขาจะทำอะไรต่อไป

 

 

 

 

“ทอม...”เขาเรียกเสียงเบา

 

 

 

 

“อะไรคริส?”อีกฝ่ายตอบแม้จะยังไม่หันมามองหน้าเขา มันทำให้เขาเหลือบมองแผ่นหลังขอองคุณแม่ทอมที่ก้มๆเงยๆอยู่ห่างออกไป ขยับตัวเข้าไปใกล้ทอมมากยิ่งขึ้นจนเห็นว่าชายหนุ่มหยุดนิดหนึ่งเมื่อในที่สุดเขาก็แทบจะมายืนประกบอยู่ที่ด้านหลัง

 

 

 

 

“ให้ช่วยไหม..”เขาแกล้งบอกเสียงต่ำ และทอมก็ยังคงทำเป็นไม่สนใจเขาอยู่ สายตาคมกริบเหลือบมองดูคุณแม่ของทอมอีกครั้งพลางขยับตัวมาทำเป็นเท้าโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆ

 

 

 

 

“สนใจฉันหน่อยสิทอม”เขาไล่นิ้วยาวแข็งแรงลงบนเอวคอด เห็นทอมชะงักและหันมามองเขาด้วยสายตาคาดโทษน้อยๆ พยายามเอี้ยวตัวหลบแต่ก็ไม่ได้มากนักเมื่อเหมือนว่าคุณแม่ของทอมจะหันมาและเขาอ่านมันได้จากสายตาของทอมที่แกล้งทำเป็นกลับมามองซ้อมและมีดในมือ

 

 

 

 

“แม่ฉันฝากถามมาว่าอาทิตย์นี้นายจะไปเที่ยวกับพวกเราไหม?”เขาพูดเอ่ยๆแม้ว่าจะยังเนี่ยนไล่นิ้วไปตามเอวคอดและค่อยๆแง้มชายเสื้อขึ้นมาเพียงเล็กน้อย มองต่อลงมายังผิวเนื้อขาวเนียนก่อนจะค่อยๆไล่นิ้วลูบเบาๆผมผิวของทอม

 

 

 

 

“...นายช่วยสังเกตหน่อยได้ไหมว่าแม่ฉันยืนอยู่ห่างไปแค่นั่นเอง คริส”เขาหัวเราะน้อยๆเมื่อเห็นทอมขยับมากระซิบเสียงเบา ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นและเขาไม่สนใจ

 

 

 

 

“จริงๆปล่อยพ่อกับแม่ฉันไปเที่ยวแล้วเรามาสวีตกันดีกว่าดีไหมทอม”เขาพูดอีกแกล้งทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่ายเมื่อเขาจงในไล่ผ่ามือขึ้นสูงไปอีกจนทอมสะดุ้งหลบเพราะชายเสื้อมันเลิกขึ้นมา เขาขำน้อยๆเมื่อทอมแทบจะสบทใส่หน้าเขา พร้อมกับมองไปทางคุณแม่อย่างเลิกลักจนเขาอดเลียริมฝีปากไม่ได้

 

 

 

 

“ถ้านายไม่หยุดทำแบบนี้ฉันจะไม่ไปกับนายนะคริส”ทอมหรี่ตาน้อยๆและเขาเพียงแค่แกล้งยกมือขึ้นมาอย่างยอมแพ้ ขยิบตานิดๆให้ทอมราวกับกำลังวางแผ่นอยู่ในหัว

 

 

 

 

“คุณแม่ครับ อาทิตย์หน้าผมพาทอมไปเที่ยวได้ไหมครับ เขาไม่ยอมไปเลยเขาบอกว่าให้ผมมาขอคุณแม่ให้ได้ก่อน”เขาแกล้งพูดเสียงหง่อยๆเห็นทอมตาโตขึ้นมาและอ้าปากราวกับจะเอาเรื่องที่เขาพูดอะไรแปลกๆออกไป

 

 

 

 

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ทอมไม่ไปหรือ? ไปเที่ยวกันเสียบ้างชีวิตวัยรุ่นดีจะตายไป”เธอตะโกนตอบกลับมาทำให้เขาหยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

 

“แม่อย่าไปเชื่อคริสมากสิครับ เขาชวนผมไปเที่ยวบ่อยมาก”ทอมบอก พยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถเมื่อเขาแกล้งเบ้ปากและทำหน้าให้เศร้าสุดๆ แกล้งเอามือจี้เอวทอมน้อยๆพยายามให้ทอมหลุดขำออกมาให้ได้

 

 

 

 

“คริส...ไม่เอา..พอแล้ว..”ทอมกรั่วหัวเราะในลำคอเมื่อเขาออกแรงจี้เอวทอมรัวๆ จนได้รับกำปั้นที่ต่อยลงมาบนช่วงไหล่ให้เขาหยุด คริสตัดสินใจยันตัวขึ้นมาดีๆเมื่อเห็นว่าทอมเริ่มจะสู้เขากลับจริงๆ ยกยิ้มให้ทอมพยายามให้มันออกมาดูดีที่สุดและก็พอใจเอามากๆเมื่อทอมช้อนตาขึ้นมามองเขาและแส่หลบไปในที่สุด พร้อมๆกับใบหน้าหวานที่แดงระเรื่อ

 


 

 

“...ออกไปเลยคริส นายอยู่ตรงนี้ฉันไม่มีสมาธิเลย”ทอมบ่นงุบงิบและมันทำให้เขาเริ่มรู้สึกว่าอยากจะแอบทำอะไรๆน่าสนใจกับคนตรงหน้าซะแล้วสิ

 

 

 

 

“คือฉันมีอะไรจะบอกทอม...”เขาเลียริมฝีปากนิดๆพลางหันกลับมามองคุณแม่ของทอมนิ่ง เธอกำลังก้มลงไปเปิดดูเตาอบเพื่อเช็คเนื้ออบ เขาหันมาอีกครั้งและกดจูบลงไปบนริมฝีปากของทอมอย่างรวดเร็วจนเห็นว่าอีกฝ่ายตาโตขึ้นมาอย่างตกอกตกใจ ปฏิกิริยาแบบนี้มันทำให้เขาเผลอยิ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เลียริมฝีปากน้อยๆราวกับอยากจะชิมรสหวานๆจากทอมอีกซักครั้ง มันทำให้เขาก้มลงไปยังริมฝีปากนุ่มๆนั่นอีกโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองว่าคุณแม่ทอมมองอยู่ไหน

 

 

 

 

“...กลับมาแล้ว รถใครจอดอยู่ที่หน้าบ้านใช่ของคนที่จะมาวันนี้หรือเปล่าไดแอน”เขาแทบจะกระโดนออกมาจากทอมพอๆกับที่ทอมขยับตัวออกห่างจากเขา หัวใจเขาเต้นถี่เมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำของคนที่เขามั่นใจว่าเป็นพ่อของทอมแน่นอนล้านเปอร์เซน เขาหันกลับมาทำให้พบกับชายวัยกลางคนที่กำลังถอดเสื้อคลุมออกลวกๆแม้จะยังไม่เงยหน้ามองคนอื่นๆ

 

 

 

 

“เจมส์ คุณซื้อของมาหรือเปล่า..”แม่ของทอมชะโงกหน้ามาถามทำให้เจมส์พยักหน้า

 

 

 

 

“แน่นอนอยู่หลังรถ ทอมไปช่วยพ่อหน่อย...”อีกฝ่ายเงียบลงไปเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบว่าเขายืนอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก ร่างสูงใหญ่ขยับตัวออกมาจากห้องครัวเพื่อเดินเข้ามาใกล้คุณพ่อของทอมมากยิ่งขึ้น รู้สึกประหม่าน้อยๆเมื่อเห็นเจมส์หรี่ตามองเขานิดๆ

 

 

 

 

“ผมคริสครับ คริส แฮมสเวิรธ์...มีสเตอร์ไฮเดสตัน”เขาพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพสุดๆ เอื่อมมือออกไปเพื่อจับมืออีกฝ่ายและพ่อของทอมก็จับมือเขาแต่โดยดี

 

 

 

 

“เรียกว่าเจมส์เถอะ...”เขาแทบจะใจแป้วขึ้นมาเมื่อเจมส์พูดแค่นั่นและหันไปแขวนเสื้อหนาวต่อ เขาเผลอหันไปมองทอมและคุณแม่ของทอมเล็กน้อยทำให้เห็นว่าเธอทำปากพงาบๆบอกให้เขาช่วยเจมส์

 

 

 

 

“ผมช่วยยกของนะครับ คุณเจมส์”เขารีบพูดออกมาอีกครั้ง เห็นอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมามองเขาอย่างวิเคราะห์ คุณพ่อของทอมเงียบไปพักหนึ่งแต่ก็ยอมพยักหน้าในที่สุด

 

 

 

 

“ดี...ตามมาสิ”เขายิ้มมอย่างเป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้ เดินตามอีกฝ่ายไปอย่างว่าง่ายสุดๆตรงไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างนอก นึกขอบคุณตัวเองที่ครั้งนี้เขาจอดรถห่างออกไปเล็กน้อยและมันทำให้ไม่แกะกะรถของคุณพ่อของทอม

 

 

 

 

อากาศข้างนอกค่อนข้างหนาวและเขาเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศบางอย่างที่แผ่ออกมาน้อยๆ เขาไม่รู้ว่าพ่อของทอมชอบเขาไหม? เขาดูไม่ออกและเขากำลังภาวนาให้ท่านชอบเขาด้วย คิดถึงความรู้สึกแบบนี้เขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมาเจอบ้างกับตัว อย่างกับในละครยังไงอย่างงั้น ร่างสูงคิดขำๆแล้วก็ต้องสะบัดหน้าไล่ความคิดแปลกๆไปเมื่อเห็นเจมส์เปิดประโปรงหลังรถและมันทำให้เขารีบเข้าไปช่วยทันที ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ขวางในยามที่ชายวัยกลางคนขยับหยิบถุงกระดาษออกมา มันทำให้เจมส์หยุดเพื่อมองหน้าเขานิ่งๆ

 

 

 

 

“...เบื่อหรือเปล่าไอ้หนุ่ม”เจมส์ถาม

 

 

 

 

“ไม่ครับ ผมแค่อยากช่วย”เขาบอกอีก

 

 

 

 

“พยายามเอาใจฉันให้ฉันชอบนายละสิ”เขาเห็นเจมส์พูดเสียงเบา “ทอมบอกว่านายเป็นเพื่อน แต่ฉันรู้ว่าพวกนายมีอะไรมากกว่านั่น...แค่มองแวบเดียวฉันก็รู้แล้วว่านายไม่ใช่เพื่อนธรรมดา ฉันรู้ว่าไดเอนชอบนายเพราะเธอรับได้ทุกอย่าง แต่ฉันไม่เหมือนเธอ...ฉันไม่ยอมให้ใครก็ตามมาทำให้ลูกชายฉันเสียใจ ดูก็รู้ว่านายมันเจ้าชู้ ไอ้หนู”เขาเผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากเล็กน้อยเมื่อเจมส์พูดจบ

 

 

 

 

“ผมไม่ได้หวังให้คุณชอบผมตั้งแต่แรก แค่ผมอยากจะบอกว่า...ผมรักทอมครับ”เขาเริ่ม “ผมยอมรับว่าคุณดูคนไม่ผิดเท่าไร แต่แค่ผมสัญญาได้ว่าผมจะไม่ทำให้ทอมเขาเสียใจแน่นอน”เขาพูดอีกมองอีกฝ่ายนิ่งด้วยสายตาจริงจัง ไม่แม้จะจะหลบตาเมื่อเจมส์ขยับเข้ามาใกล้

 

 

 

 

“ดี...ดีมาก...ฉันจะจับตาดูนายคริส”เจมสืบอกพลางยื้นถุงกระดาษใส่มือชายหนุ่ม “..หวังว่านายจะชอบขนมแล้วก็น้ำแอบเปิ้ลน่ะคริส ฉันเองก็อยากจะคุยกับนายในหลายๆเรื่องหลังจากเราดินเนอร์จบหรือระหว่างดินเนอร์”เขาพยักหน้าเมื่อเจมส์พูดจบ หอบทุกอย่างมาไว้ในอ้อมแขนเท่าที่จะทำได้ นึกคิดในใจถึงคำตอบต่างๆว่าควรจะทำยังไงและตอบยังไงดี เขามั่นใจว่าเจมส์ไม่ค่อยชอบหน้าเขาเท่าไรในตอนนี้และมันอาจจะทำให้เขาลำบากจริงๆ ...หรือไม่ก็ช่างมัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มื้ออาหารเป็นไปอย่างที่เขาคาดไว้ แม้ว่าคุณแม่ของทอมจะชวนเขาคุยนู้นคุยนี้เกือบตลอดเวลา แต่พ่อของทอมแทบจะไม่สื่อสารกับเขามากนัก มันทำให้ทอมหันมามองเขาบ่อยๆ มีบางครั้งที่ทอมแอบเอื่อมมือมาบีบขาเขาเบาๆโดยที่ไม่ยอมให้ใครเห็น และมันค่อนข้างทำให้เขารู้สึกดีมากจนไม่อยากจะบอกทอมว่าจริงๆแล้วเขาไม่แคร์นักหรอก แค่แม่ทอมแทบจะเป็นแม่ยกเขาขนาดนี้ชีวิตเขาก็กินขาดแล้ว แม้ว่าจะต้องพยายามทำให้พ่อของทอมชอบเขามากขึ้นก็ตามที

 

 

 

 

“...จะว่าไปแล้วนายเรียนอะไรหรือคริส”เขาเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำของคุณพ่อทอม

 

 

 

 

“เจมส์ ขอทีเถอะ..”ไดเอนแทบจะกลอกตาเล็กๆทำให้คุณพ่อทอมหันไปมอง

 

 

 

 

“ฉันแค่ถามเอง บทสนทนา ก็ฉันอยากรู้..”เขาว่าทั้งคู่ดูน่ารักดีและมันทำให้เขายิ้มนิดๆ

 

 

 

 

“เศรษฐศาสตร์ครับ” เขายิ้มน้อยๆและเป็นเวลาเดียวกับที่เจมส์เลิกคิ้วขึ้นมาในเชิงที่ทำให้เขาคิดว่าเจมส์กำลังบอกใน’ไม่ได้แย่เท่าไร’

 

 

 

 

“แล้วกิจกรรมอื่นๆละ นายทำอะไรบ้างวันๆ”เขาถามต่อ

 

 

 

 

“เจมส์ รู้ตัวไหมว่าคุณกำลังทำให้คริสเขาอึดอัดน่ะ”ไดเอนถามเสียงสูง “ทำไมจะต้องทำเสียงแบบนั่น ถ้าคุณไม่หยุดละก็ฉันจะไม่ยอมให้คุณดูบอลคืนนี้”เธอแทบจะยื่นคำขาดทำให้เจมส์หันไปมองเธอตื่นๆ

 

 

 

 

“ที่รัก...ผมแค่ถามเอง คุณก็เคยบอกผมว่าอยากให้ผมสนิทกับเพื่อนของทอมคนนี้ ผมก็พยายามอยู่นี้ไงเล่า”อีกฝ่ายว่า “..แล้วว่าไงละคริส นายทำอะไรบ้างที่มหาลัย หรือว่าแค่เที่ยวเล่นปาร์ตี้ไปวันๆ จีบสาวคนนู้นคนนี้ที..”

 

 

 

 

“พ่อครับ...”ทอมเรียกเสียงอ่อนพอๆกับที่ไดเอนตีลงมาที่ท่อนแขนของเจมส์ และเขาเพียงแค่ยิ้มนิดๆเท่านั่นเอง

 

 

 

 

“ผมเล่นกีฬาครับ อเมริกันฟุตบอล..เป็นกัปตันทีมตั้งแต่ตอนผมอยู่ปีหนึ่ง พาทีมชนะอันดับสองของการแข่งระหว่ามหาลัยของรัฐปีที่แล้ว และตอนนี้การแข่งช่วงฤดูหนาวทีมมีคะแนนนำอันดับหนึ่ง ส่วนเรื่องอื่นๆก็เรียนครับ อ่านหนังสือตามที่ทอมบอก ไปนั่งดูทอมซ้อมดนตรี...ปาร์ตี้บ้างแต่ไม่ถึงกับบ่อย และไม่เคยจีบใครเลยครับ..ตั้งแต่ผมมีแฟนเป็นตัวเป็นตน”เขาฉีบยิ้มหวานที่สุดในชีวิตพร้อมด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเคารพอย่างสุดๆ และมันทำให้เจมส์นิ่งลงไปน้อยๆเหมือนมันไม่ใช่เรื่องสำคัญที่เขาพูดถึง ต่างกับไดเอนน่าที่ขยิบตาให้เขาน้อยๆอย่างพออกพอใจว่าเขาทำดีมาก

 

 

 

 

“ฉันค่อนข้างคุ้นเคยกับนามสกุลนาย ที่บ้านนายเป็นยังไงบ้าง..นายคงรู้อยู่แล้วว่าฉันก็พวกทำงานธรรมดาไม่ได้หรูอะไรมากนัก ไดเอนเองก็เป็นแม่บ้านธรรมดา”เจมส์หยิบแก้วไวน์ขึ้นดื่มพลางมองเขาด้วยสายตาสำรวจสุดๆ

 

 

 

 

“พ่อผมเป็นอัยการรัฐครับ แม่ผมทำงานเกี่ยวกับหนังสือพิมพ์..”เขาตอบ

 

 

 

 

“แล้วทำไมนายเรียนเศรษฐ์ศาสตร์ คริส? น่าจะเรียนอะไรแบบกฏหมายหรือไม่ก็...ภาษา”เจมส์ว่าอีกและมันทำให้ไดเอนตีไปที่เขาอีกครั้ง

 

 

 

 

“แม่ว่าคริสทานต่อเถอะจ้ะ เจมส์เองก็แบบนี้ชอบทำตัวกดดันอยู่เรื่อย รู้ไหมจ้ะว่าเขาไม่ชินเลยเวลาที่ทอมพาแฟนมาบ้าน จริงๆแล้วลูกเป็นคนแรกเลยนะจ้ะเจมส์เลยค่อนข้างประหม่า”เขาเพียงแค่ยิ้มแห้งๆเมื่อเจมส