[FIC] Hiddlesworth [ChrisXTom]#5 Trickster

posted on 15 Sep 2013 21:58 by rasmason2 in Fiction directory Fiction, Entertainment

 

 

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

 

 

C : Chris H. X Tom H.

R : M

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

 

 

********************************

 

 

 

 

 

 

ทอมขยับตัวเล็กน้อยอย่างไม่แน่ใจนัก เมื่อคริสลงมานั่งข้างๆ เขามั่นใจว่าคริสกำลังแกล้งเขาอยู่แน่นอน แค่ใช่เขาให้เป็นประโยชน์เพราะอะไรซักอย่าง เขาหันมามองใบหน้าหล่อๆของคนที่นั่งอยู่ข้างๆแล้วหันมาเหมือนเดิมเมื่อในที่สุดคุณแม่ของคริสก็นั่งลงยังฝั่งตรงข้ามข้างๆกับคุณพ่อของชายหนุ่ม เขาไม่รู้ว่าทำไมมาอยู่ที่นี้ เขารู้สึกเหมือนกับว่าตอนแรกเขาแค่อยากจะแยกคริสออกจากผู้หญิงคนนั่น พอมารู้ตัวอีกทีเขาก็ได้มานั่งทานดินเนอร์กับพ่อแม่ของคริสในฐานะแฟน!! เขาไม่ใช่แฟน...จริงๆของคริส และเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ เลยได้แต่ต้องแสดงเป็นแฟนที่ดีต่อไป แค่ทานข้าวพอทุกอย่างจบเขาจะได้กลับซักที แม้ว่าพรุ่งนี้เขาจะไม่มีเรียนก็เถอะ เขาจะอ้างให้ได้ว่าต้องรีบกลับ

 

 

ทอมเอื่อมมือออกไปหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มน้อยๆ มองจานอาหารข้างหน้าสลับกับถ้วยสลัดขนาดใหญ่ ถาดขนมปัง เนื้อบด มันอบ เขารู้สึกว่าอาหารดูเยอะมากๆและเขาไม่แน่ใจว่าจะทานได้เยอะแค่ไหน เขาเห็นเลนีมองมาที่เขายิ้มๆจนเขาเริ่มรู้สึกแปลกๆ

 

 

“ทอมทานเนื้อบดไหมจ้ะ นี่มันอร่อยมากจริงๆ”เขาอ้าปากน้อยๆเมื่อเธอตัดเนื้อบดให้เขา มันทำให้เขายิ้มออกมาและรีบขอบคุณเป็นการใหญ่ ดวงตาสีเขียวสวยเหลือบไปมองดูคนที่เริ่มลงมือกินเนื้อในจานน้อยๆและหันมาทานของตัวเองบ้าง

 

 

“เล่าให้แม่ฟังหน่อยได้ไหมจ้ะว่าคบกันมานานเท่าไร”เขาตาโตขึ้นมาน้อยๆแล้วหันไปมองหน้าคริส เห็นชายหนุ่มเพียงแค่เลิกคิ้วเท่านั่น

 

 

“สองปีครับ ตั้งแต่เข้าเรียนเลย”คริสบอกยิ้มๆ

 

 

“รักกันนานมากเลย แม่ละไม่เข้าใจว่าทำไมลูกไม่ยอมพาทอมมาที่บ้านให้เร็วกว่านี้”เธอบอก

 

 

“ไม่อยากจะเชื่อว่ามีคนทนนิสัยของคริสได้ด้วย เขาเป็นยังไงบ้างทอม รับมือยากไหม?”เขาเงยหน้าขึ้นมาน้อยๆ มองตรงไปยังคุณพ่อและคุณแม่ที่กำลังรอคำตอบอยู่

 

 

“เขาเอ่อ...”เขาหันมามองหน้าชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังยิ้มให้เขาราวกับพวกมั่นใจในตัวเองจนเขาเริ่มหมั่นไส้จริงๆ

 

 

“ฉันเพอร์เฟคนั่นคือสิ่งที่นายเคยพูดทอม”รอยยิ้มร้ายกาจนั่นบางอย่างมันทำให้เขาเกือบจะหยุดหายใจจนต้องหันหน้าหนี

 

 

“เขาค่อนข้างดื่อครับ แบบว่า...เอาแต่ใจมาก ชอบใช่กำลังด้วย พูดจาร้ายๆใส่ผมบ่อยๆ”เขาแกล้งทำเสียงเศร้าทำให้เห็นคุณแม่แทบจะหันมาถลึงตาใส่ลูกชายของเธอ

 

 

“คริส! ลูกทำร้ายทอมหรือ?”เธอร้องออกมา ทำให้ชายหนุ่มแทบจะอ้าปากค้างพยายามปฏิเสธ

 

 

“ไม่ครับแม่ ไม่เคยแน่นอนผมรักเขามากนะครับ ทอมแค่พยายามจะแกล้งผมเท่านั่นเอง”เขาใจกระตุกวูบกับคำบอกรักที่คริสบอกว่ารักเขา แปลกใจกับตัวเองที่ใจเต้นจนรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวใจชัดขนาดนี้

 

 

“จริงหรือเปล่าทอม? คริสไม่เคยทำอะไรเธอใช่ไหม?”เขานึกใจอ่อนกับสีหน้าของคุณแม่ที่ดูจะกังวลน้อยๆ มันทำให้เขายิ้มออกมาอายๆ

 


“คริสเขานิสัยดีครับ แค่เขาแรงเยอะมากไปหน่อยจนกะแรงไม่ได้ บางครั้งผมก็เลยเจ็บเวลาที่เราทะเลาะกัน”เขาบอก “แต่นิสัยที่พยายามแก้อยู่คือเขาเจ้าชู้มากครับ เขาชอบแอบไปกับสาวๆทุกที”เขาแกล้งทำเสียงเศร้าน้อยๆ แต่เหมือนกับมันแทบจะไม่ต้องพยายามเพราะบางอย่างในใจเขามันทำให้เขามั่นใจว่าเขาก็เศร้าๆอยู่บ้าง มันทำให้คุณพ่อของคริสขมวดคิ้วแน่น

 

 

“เจ้าชู้หรือ?”เขาถามซ้ำ

 

 

“แค่นิดหน่อยตามประสาครับ ผมไม่นอกใจทอมหรอก ผมไม่เคยเลย”เขานึกแปลกใจจริงๆว่าคริสโกหกได้แนบเนียนขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน เพราะไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยใช่ไหมถึงพูดออกมาได้ง่ายนัก แต่เขากำลังลำบากสุดๆ

 

 

“ไม่หรอกคริส นายไม่ได้รักฉันขนาดนั่นหรอก”เขาพูดออกมาในที่สุดและตัดชิ้นเนื้อเข้าปาก พยายามไม่หันไปมองว่าคริสแสดงสีหน้ายังไง

 

 

“รักสิ ฉันรักนายนะทอม ไม่งั้นจะยอมอยู่อ่านหนังสือกับนายจนดึกทำไม”เขานิ่งลงไปเมื่อรู้สึกถึงมือหยาบที่วางอยู่บนต้นขาของเขา ทอมเพียงแค่หันไปมองอีกฝ่ายและคริสกำลังยิ้มให้เขา มันทำให้เขาแทบจะเผลอปล่อยมีดลงไป


 

บนดต๊ะแต่ก็รีบตั้งสติและหันมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พยายามซ้อนใบหน้าแดงๆที่เขามั่นใจว่ามันคงแดงมากจนเห็นชัดจากร้อยยิ้มและสายตาของคุณแม่ที่มองมา รวมทั้งคุณพ่อที่กำลังขำน้อยๆ

 


“หายากนะที่จะเห็นคริสพยายามง้อใคร”เครกพูด

 

 

“แม่มั่นใจว่าทอมเองคงเหนื่อยมากแน่ๆที่คบกับคริสแบบนี้”เธอบอกยิ้มๆ

 

 

“ไม่เหนื่อยหรอกครับ ผมชินแล้วเสียมากกว่า”เขาบอก

 

 

“พวกลูกเจอกันได้ยังไงจ้ะ เอ่อถ้าไม่ถือน่ะที่แม่ถาม...”เขาอ้าปากน้อยๆและหันไปมองคริส เขาเห็นชายหนุ่มเพียงแค่เงียบลงไปทำให้รู้ว่าเขาต้องตอบคำถาม ทอมยกมือขึ้นมาลูบท้ายทอยน้อยๆเพื่อคิดคำพูดที่ดีที่สุด

 

 

“เราเจอกันที่ปาร์ตี้ครับ แค่เอ่อ...คริสเขาเมานิดหน่อยแล้วก็ฟุบอยู่แถวนั่น ผมเลยช่วยเขาให้ลุกขึ้นมานั่งดีๆ แล้วก็เลยได้คุยกันนิดหน่อย”เขาบอก

 

 

“วันต่อมาผมค่อนข้างอยากจะรู้จักกับทอม ก็เลยพยายามตามหาตัวครับแล้วก็เจอทอมจริงๆ เขานิสัยดีมากครับแค่ขี้บ่นมากไปหน่อย เรื่องมากด้วย”คริสขำออกมาน้อยๆต่างกับเขาที่หรี่ตามองชายหนุ่มอยู่

 

 

“เพราะนายไม่ใช่หรือฉันเลยต้องพูดบ่อยๆ”เขาว่า

 

 

“ถ้านายยอมตามใจฉันซักนิดมันคงไม่มีปัญหาไงทอม”เขาอ้าปากน้อยๆแต่ก็ตัดสินใจเงียบลงไปเพราะคิดว่าคงไม่ดีหากจะเถียงกันบนโต๊ะอาหาร

 

 

“แม่ชอบจริงๆที่คริสมีคนที่ดูพึ่งพาได้ดูแลขนาดนี้”เธอบอกอีก เป็นน้ำเสียงที่แสดงความชื่นชมออกมาจนเขาอดจะประหม่าไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

มื้อดินเนอร์ผ่านไปด้วยดี ตอนนี้เขากำลังนั่งเปลี่ยนทีวีไปเรื่อยๆระหว่างที่ทอมกับแม่ของเขากำลังคุยกันเรื่องอะไรซักอย่างอยู่ในห้องครัว รู้สึกเหมือนจะเป็นการนินทาเขาเสียมากกว่าว่าเรียนและเรื่องอื่นๆเป็นยังไงบ้าง เขาค่อนข้างคิดว่าทอมเป็นคนที่แสดงละครเก่งมากจนหลายๆครั้งเขาคิดว่าทอมกำลังชมเขาจริงๆ งอนเขาจริงๆ เขินเขาจริงๆ...บางครั้งมันทำให้เขาไม่แน่ใจว่าจะทำยังไง กับการที่เขาแค่เล่นๆแต่ปฏิกิริยาของทอมมันดูจริงจังจนเขาอดรู้สึกบางอย่างไม่ได้ ทุกครั้งที่เขาแกล้งพูดออกไปว่าเขารักทอมมากแค่ไหน เขาก็จะเห็นแก้มขาวๆนั่นระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย แม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามหันหน้าหนีเขาตลอดเวลาก็ตาม เขาเองก็คิดว่าทอมก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ออกไปทางนิสัยดีด้วยซ้ำจนเขาลืมไปแล้วว่าทอมเอาคลิปที่ทั้งคู่มีอะไรกันมาแบล็กเมย์เขา จริงๆเขามั่นใจว่าจุดมุ่งหมายของทอมคือทำเพราะเจ้าตัวแอบชอบเขาและหาทางทำยังไงก็ได้ให้ได้คบกับเขา เพราะงั้นทำแบบนี้เจ้าตัวคงจะค่อนข้างชอบและก็ไม่น่าจะเอาเรื่องนั่นมาบอกพ่อแม่เขา

 

 

จริงๆเขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทอมจะไม่พอใจอะไร หากว่าพามาเจอพ่อกับแม่ละก็คงจะดีใจมากกว่าไม่ใช่หรือที่ว่าอาจจะพัฒนาความสัมพันธ์และบังคับให้เขาคบด้วยนานๆก็ได้ สายตาคมกริบตวัดขึ้นมามองเมื่อเห็นทอมเดินออกมาจากห้องครัวตามด้วยคุณแม่ของเขา เธอส่งยิ้มน้อยๆให้เขาและหันไปหาทอมที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

 

 

“คืนนี้ค้างที่นี้ซักคืนนะจ้ะ พรุ่งนี้ค่อยกลับมหาลัย นานๆทีคริสจะยอมมาที่บ้าน”เขาเห็นทอมดูจะหน้าซีดลงไปเล็กน้อยและเขามั่นใจว่าทอมคงจะปฏิเสธแน่ๆ มันทำให้เขารีบลุกขึ้นและตรงไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่ทันที ทอมเพียงแค่หันมามองหน้าเขาน้อยๆเท่านั่น

 

 

“ค้างน่ะทอม”เขาพยายามทำน้ำเสียงให้ดูอ้อนวอนที่สุด ใช่โอกาสนั่นเอื่อมมือออกไปจับเอวของอีกฝ่ายเอาไว้ เขาอยากนอนที่บ้านและค่อนข้างขี้เกียจจะขับรถกลับไปที่มหาลัย มันทำให้ทอมขยับตัวเล็กน้อยเพื่อมามองหน้าเขาให้ชัดๆ

 

 

“แต่ว่าฉัน..บางทีมันอาจจะดูไม่ดีเท่าไร”ทอมพูดเสียงเบาแล้วหันไปมองคุณแม่ของเขา ที่ครั้งนี้ราวกับรู้งานเมื่อเข้ามาช่วยเขาพูดพร้อมกับจับท่อนแขนของทอมไว้แน่น

 

 

“บ้านมันเงียบจะตายทอม มีแค่แม่แล้วก็เครกเท่านั่นเอง แค่ค้างคืนเหมือนกับออกมาเที่ยวนั่นและ อยู่เถอะน่ะแล้วค่อยกลับพรุ่งนี้”แม่ของเขาพูดเสียงอ่อน ทำสีหน้าราวกับมีความหวังจนเขามั่นใจว่าทอมคงไม่กล้าปฏิเสธและมันก็จริงอย่างที่เขาคิดเมื่อทอมไม่ได้ปฏิเสธจริงๆแค่เพียงพยักหน้าน้อยๆเท่านั่น

 

 

“เยี่ยมมากจ้ะ เยี่ยมมาก...คริสพาทอมไปนั่งเล่นในห้องลูกสิ อยู่ข้างล่างคงเบื่อแย่แล้ว”แม่ของเขาบอกและเขาก็ตอบรับเบาๆ

 

 

เขาค่อยๆเดินนำทอมขึ้นมายังชั้นสอง ผ่านทางเดินยาวและตรงมายังห้องริมสุด ลอบมองชายหนุ่มที่มองสำรวจรอบๆอย่างสนอกสนใจจนเห็นว่าทอมสะดุ้งน้อยๆเมื่อหันมาพบว่าเขากำลังจ้องอยู่ เปิดประตูห้องเพื่อให้อีกฝ่ายเดินเข้าไป เขาลอบมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ดูจะแปลกใจน้อยๆกับสภาพห้องที่ดูดีต่างจากที่หอพักของเขา

 

 

“จะนั่งบนเตียงก็ได้ อยากเล่นอะไรก็เล่นไป มีเกมอยู่ฝั่งนั่น คอมแล้วก็ไพ่...”เขาบอกเหนื่อยๆแล้วปิดประตูตามหลัง เขาเห็นทอมเพียงแค่เดินไปนั่งนิ่งๆบนเตียงก็เท่านั่น ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรและมันทำให้เขาเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย มองทอมนิ่งอย่างใช่ความคิด

 

 

“เบื่อหรือไง?”เขายิ้มออกมาน้อยๆ ทำให้เห็นว่าทอมกำลังถลึงตามองเขา

 

 

“ทำไมไม่พาฉันกลับไปที่มหาลัย”เสียงหวานว่า ร่างสูงใหญ่ขับตัวไปพิงกับขอบโต๊ะเล็กน้อยขณะที่คิดคำตอบ

 

 

“ฉันขี้เกียจขับรถ อีกอย่างนายก็บอกเองว่าจะอยู่ค้าง”เขาว่า

 

 

“เพราะแม่นายบังคับต่างหากละ”ทอมแยกเขี้ยวน้อยๆและแส่หน้าไปอีกทาง

 

 

“แล้วจะเอายังไง กลับไปตอนนี้หรือ..นี่สี่ทุ่มแล้วน่ะ”เขายกมือขึ้นมาดูนาฬิกา ทำให้เห็นว่าดวงตาสีเขียวสวยที่มันตวัดขึ้นมามองเขา

 

 

“นายไม่ควรพาฉันมาที่นี้ตั้งแต่แรก”ทอมว่า “ไม่ควรไปโกหกพวกเขาว่าฉันเป็นแฟนนายด้วยซ้ำ”เขาเลียริมฝีปากน้อยๆพลางขัยบตัวไปยืนหน้าชายหนุ่ม

 

 

“ไม่เห็นมันจะมีอะไรเสียหายนิ ไหนๆนายก็ไม่ใช่จะมาที่นี้บ่อยๆ ดีซะอีกที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายเรื่องแฟนของฉันอีก ไม่เห็นมันจะมีปัญหาอะไรเลย อย่าจริงจังนักสิ”เขาบอกเซงๆ และทอมเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมามองเขา

 

 

“ก็เพราะนายมันไม่จริงจังกับอะไรเลยนะสิ”