[FIC] Hiddlesworth [ChrisXTom]#6 Trickster

posted on 16 Sep 2013 11:27 by rasmason2 in Fiction directory Fiction, Entertainment

 

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

 

 

C : Chris H. X Tom H.

R : M

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

 

 

********************************

 

 

 

 

 

ทอมพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วอ่านเนื้อเพลงอีกครั้ง ตอนนี้เขากำลังซ้อมไวโอลินอยู่ห่างออกมาจากสนามพวกอเมริกันฟุตบอลไม่มากนัก ตอนนี้เจ้าพวกนั่นไม่ได้กำลังซ้อมอยู่ก็เลยค่อนข้างเงียบและโล่ง เขากับเพื่อนอีกสองสามคนกำลังจับกลุ่มกันอยู่ข้างๆสำหรับสอบย่อยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ตอนนี้เขาและคริสไม่ได้เจอกันมาพักหนึ่งแล้ว เพราะเขามีสอบต้องคอยอ่านหนังสือแล้วคริสเองก็มีสอบเหมือนกัน เขาเลยทำได้เพียงแค่ส่งข้อความไปขู่ว่าถ้าคริสไปปาร์ตี้ระหว่างนี้จะเอาคลิปไปลง เขาไม่รู้ว่าคริสทำตามที่เขาบอกแค่ไหนแต่ก็ขอให้ทำหน่อยก็ดี ถ้าหากนับวันนี้เข้าไปด้วยพวกเขาก็เหลือเวลาที่จะต้องอยู่ด้วยกันอีกประมาน16วัน บางอย่างในใจเขาดูจะหมองลงเล็กน้อยแต่เขาก็บอกตัวเองว่าเป็นเพราะจะไม่มีคนให้แกล้งแล้วต่างหากเลยรู้สึกไม่ดี

 

 

“ทอม เดียวเราเริ่มที่หน้า5ใหม่น่ะ”เขาเงยหน้าขึ้นมาเมื่อเพื่อนสาวของเขาคนหนึ่งบอก เขาเพียงแค่พยักหน้าน้อยๆเท่านั่นและเปลี่ยนโน๊ตที่วางอยู่บนชั้นวางกลับมาหน้า5 เขาต้องตั้งสมาธิเพื่อนเล่นเพลงนี้เพราะมันยากจริงๆ เขาจะมาคิดฝุ้งซ้านไม่ได้


 

 

เวลาผ่านไปเกือบ50นาทีเพื่อนของเขาก็บอกว่าจะต้องไปเรียนวิชาอื่นแล้ว ขอเปลี่ยนเป็นซ้อมแยกก่อนแล้วกัน และเขาก็เห็นด้วยเอามากๆเพราะตอนนี้เขาค่อนข้างหิวแต่ยังอยากซ้อมต่ออีกซักหน่อย เขาเลยว่าจะฝากอุปกรณ์ต่างไปกับเพื่อนของเขาเหลือไว้แต่ไวโอลินเพราะเขาอยากซ้อมต่อ เขามั่นใจว่าเขาจำโน๊ตได้แน่นอนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้กำลังช่วยพวกเธอเก็บสมุดโน้ตอยู่

 

 

“ช่วงนี้ฉันเห็นนายดูสนิทกับคนฝั่งอเมริกันฟุตบอลจังเลยทอม เพราะแบบนี้พวกนั่นเลยยอมคืนห้องให้หรือ?”เธอว่า

 

 

“แต่บางทีเจ้าพวกนั่นก็แกล้งเอาขยะมาวางไว้หน้าห้องน่ะ ฉันละเบื่อมากๆเลย”เขายังไม่ได้ตอบเพียงแค่ฟังพวกเธอคุยกันเท่านั่น

 

 

“โชคดีน่ะที่วันนี้พวกบ้านั่นไม่มาซ้อม ไม่งั้นได้โดนกวนจนเล่นดนตรีไม่ได้แน่”คนหนึ่งบอกอีก

 

 

“พวกเราจะไปแล้วแน่ใจนะว่าจะอยู่ทอม”เพื่อนสาวเขาถามอีกครั้งและเขาเพียงแค่ยิ้มในระหว่างก้มมองพวกเธอเท่านั่น

 

 

“ฉันยังอยากซ้อมต่ออีกหน่อย แล้วค่อยแยกกลับหอ”เขาบอก

 

 

“นั่นสิ บ่ายนี้นายไม่มีเรียนนิ”เธอว่า “งั้นไว้เจอกันน่ะทอม”

 

 

เขาบอกลาเพื่อนเขาน้อยๆและขยับตัวออกมาหาที่ที่มันพอจะสบายกว่าตอนนี้ เขาเกลียดอากาศในช่วงนี้มากเพราะมันอึมครึมเต็มไปด้วยเมฆและไม่มีแสงแดดเลย มันทำให้อากาศยิ่งเย็นเข้าไปใหญ่จนเขาใส่ได้แค่เสื้อแขนยาวเท่านั่น ส่วนพวกผู้หญิงก็ใส่เสื้อผ้ากันหนาชิ้นขึ้นทุกที จะมีบางพวกที่ห่วงสวยจนไม่ยอมแพ้อากาศหนาว ยังคงมุ่งมั่นจะใส่กระโปร่งสั้นๆเขาเองก็อยากจะถามจริงๆว่าไม่หนาวบ้างหรือไง เขาสะบัดหัวไล่ความคิดระหว่างมองตามสาวๆสองคนและหันมาสนใจไวโอลินที่อยู่ในมือมากกว่าเพราะเขายังต้องซ้อมต่อไป

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

คริสขยับตัวน้อยๆอย่างอารมณ์ดีเพราะวันนี้ถือว่าอากาศดีสุดๆอย่างที่เขาชอบ เย็นสบายน่าออกมานั่งเล่นข้างนอกสุดๆ เขาไม่เข้าใจจริงๆว่าพวกที่เริ่มใช่เสื้อหนาๆแล้วมันไม่คุ้นกับอากาศเย็นๆหรือไง เพราะเขายังคงอยู่ในเสื้อยืดกางเกงยีนต์แบบที่เขาชอบใส่ วันนี้พวกเขามีซ้อมกีฬาตอนช่วงตั้งแต่บ่ายสามเป็นต้นไปเขากับเพื่อนๆเองก็ว่าเพราะครึ่งหนึ่งของกลุ่มกำลังเรียนอยู่และเขาเองวันนี้อาจารย์ติดงานด่วนเลยมีเพียงแค่วีดีโอให้มาเปิดดูกันเองในห้อง ใครจะไปอยู่ดูเขาก็ออกมาตั้งแต่รู้ว่าอาจารย์ไม่อยู่แล้ว เขากำลังคุยกับเพื่อนๆเรื่องที่ว่าช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้ออกไปปาร์ตี้เลย และเขาเพียงแค่ตอบไปว่าถูกอาจารย์ให้ทำรายงานบ้าง ง่วงบ้าง เมาค้างบ้างเลยไม่ได้ไปไหนซักเท่าไร จริงๆเขาเองก็แค่นั่งอ่านหนังสือก็เท่านั่นเพราะเขาใกล้สอบแล้วอย่างที่เจ้าข้อความกวนประสาทที่ส่งมากจากทอมพยายามบังคับให้เขาอ่านหนังสือ เขาไม่รู้ว่าจะโกรธหรือจะหัวเราะดีก็เลยยอมทำตามแบบไม่เข้าใจตัวเองนักเพราะผลสอบคราวนั่นออกมาดีเยี่ยมเกินขาดสำหรับคนที่อ่านก่อนสอบแค่วันเดียว มันทำให้เขาลองอ่านหนังสือก่อนสอบดูบ้างและมันก็ทำให้เขารู้ว่าหัวเขาก็ดีใช่ย่อยเหมือนกัน

 

 

“วันนี้ว่างเป็นบ้าเลย”เขาขึ้นมานั่งบนม้านั่งที่อยู่ใกล้ๆกับสนาม มองเพื่อนๆเขาที่เริ่มขึ้นมานั่งบนโต๊ะบ้างเหมือนกับเขา สองคนกำลังง่วนอยู่กับการจูบอย่างดูดดื่มกับแฟนสาวและเขาก็ไม่ได้สนใจมันเท่าไร เขากำลังสนใจเพื่อนของเขาคนหนึ่งที่เปิดอะไรน่าสนใจๆให้ดูเสียมากกว่า

 

 

“เอาลูกบอลมาเล่นกันไหม”เขาเงยหน้าขึ้นมามองคนหนึ่งเปิดกล่องเครื่องมือที่บังเอิญติดมาด้วย แต่ชุดของเขาเอามันไปเก็บที่ห้องแล้ว อีกฝ่ายหยิบลูกบอลออกมาทำให้เพื่อนข้างๆเขาลุกขึ้นไปยืนดีๆ เขาเองก็ด้วย

 

 

“คึกแบบนี้ตอนซ้อมอย่ามาบ่นกลางสนามน่ะสาวๆ”เพื่อนเขาคนหนึ่งตะโกนมาจากโต๊ะตัวยาว มันทำให้พวกเขาขำออกมาน้อยๆและเขาเองก็ส่งนิ้วกลางให้แทนคำตอบหวานๆ

 

 

“มาเร็วเอียน!! นายจะสนใจสาวสวยมากกว่าฉันได้ไง!”เขาตะโกนเรียกเสียงดังในระหว่างแกล้งโยนลูกบอลให้เพื่อนอีกคนหนึ่งไกลกว่าปกติ จนเห็นว่าชายหนุ่มต้องวิ่งห่างไปเร็วมากยิ่งขึ้น

 

 

“จูบนายมันไม่น่าสนใจนิคริส”อีกฝ่ายตะโกนตอบกลับมาและมันทำให้เขาเพียงแค่ตะโกนตอบไปว่าให้อีกฝ่ายลงมาเล่นด้วยกันให้ได้ ก่อนจะรีบหันมาสนใจเมื่อเพื่อนเขาตะโกนว่าลูกบอลไปทางเขาแล้ว

 

 

เวลาผ่านไปซักพักหนึ่งพวกเขาก็ค่อนข้างเหงื่อโชกได้ที่พอสมควร ถือเป็นการวอมร่างกายที่ดีมากๆจนเพวกเขากำลังจะเดินกลับมาที่ม้านั่ง สังเกตเห็นว่าเพื่อนๆในชมรมเริ่มมากันบ้างแล้ว เหลือก็แต่พวกที่ยังเรียนกันไม่เสร็จ เขาจัดการมัดผมให้ดีๆแล้วเดินตามเพื่อนสามคนที่กวักมือเรียกให้เขาไปดู ชายหนุ่มชี้ให้เขาดูว่าห่างไปไม่มากมีคนของพวกชมรมดนตรีกำลังซ้อมไวโอลินอยู่ เขาเพียงมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเจ้าของผมสีน้ำตาลอ่อนนั่นเป็นใคร ทอมกำลังซ้อมไวโอลินอย่างตั่งอกตั้งใจอยู่คนเดียวไม่แน่ใจว่านานแค่ไหนแล้วเพราะเขาไม่ได้สังเกตุเห็นมาก่อน

 

 

“ไอ้เจ้าพวกบ้านี้มันชอบมาซ้อมใกล้ๆสนามทุกที ไม่เข้าใจจริงๆว่าที่อื่นไม่มีแล้วหรือไง”เพื่อนเขาว่าเซงๆ

 

 

“สงสัยคงจะคิดว่าเราไม่กล้าทำไรมั่ง เพราะคริสยอมยกเลิกเรื่องห้องบ้านั่นก็เลยได้ใจสิไม่ว่า ฉันยืนอยู่ตรงนี้ยังได้ยินเสียงไวโอลินเลย หนวกหูเป็นบ้า”อีกคนแกล้งทำเสียงขึ้นจมูกอย่างดูถูกสุดๆ เป็นเวลาเดียวกับที่เพื่อนที่โต๊ะเรียกให้พวกเขาไปรวมกับเพราะจะย้ายไปที่ห้องใหญ่เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

 

 

“เฮ้ พวกนั่นเรียกแล้ว”เขาว่าทำให้เพื่อนๆเขาหันมายกมือเป็นสัญญาณว่ารู้แล้ว

 

 

“เดียวทำไรสนุกๆให้ดูเอา”เขาเห็นเพื่อนเขายกยิ้มขึ้นมานิดๆแล้วคว้าลูกฟุลบอลทรงรีไปจากมือเขา หลับตาข้างหนึ่งเพื่อเล่งให้ดีๆและเขามั่นใจว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไรซักอย่างให้ทอมเจ็บตัวแน่ๆ

 

 

“จะทำไรว่ะ?”เขาเผลอถามออกไป ซึ่งอีกฝ่ายเพียงแค่ยิ้มนิดๆ

 

 

“รอดูคริส ฉันนะปาแม่นสุดๆ”เขาขยับตัวน้อยๆแต่ทำอะไรไม่ได้เมื่อเห็นเพื่อนเขาง้างแขนและออกแรงเหวียงลูกบอลเต็มทีจนมันไปกระแทกเข้ากับท่อนแขนของทอมจนเจ้าตัวเผลอปล่อยไวโอลินและลงไปนั่งบนพื้น เรียกเสียงโห่ร้องชอบใจจากเพื่อนๆเขาเขาแต่เขาไม่ได้ยิ้มออกมาด้วย

 

 

“โทษทีนะจ้ะสาวสวย!! พอดีพวกพี่ของแรงไปหน่อย ซ้อมต่อเถอะนะจ้ะ!!”เพื่อนเขาแกล้งตะโกนแซวเสียงดังจนเห็นว่าทอมหันมามองพวกเขาน้อยๆ เขาได้สบดวงตาสีเขียวสวยนั่นเพียงคู่เดียวก่อนที่ทอมจะหันกลับไป

 

 

“ไปเหอะคริส เดียวค่อยเก็บลูกบอล”เพื่อนๆเขาเริ่มหันหลังและเดินกลับไปแต่เขายังยืนอยู่ตรงนั่น ถ้าเข้าไปช่วยละก็เพื่อนๆเขาได้สงสัยแน่ๆว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเห็นทอมเอื่อมมือซ้ายออกไปจะหยิบไวโอลินแล้วก็ราวกับหยุดอยู่ตรงนั่นจนเขาเผลอขมวดคิ้ว ทอมเปลี่ยนเป็นใช้มือขวารีบๆเก็บทุกอย่างแล้วลุกขึ้นและเขามั่นใจว่าต้องมีอะไรบางอย่างผิดปกติกับแขนข้างซ้ายของทอมแน่ๆ กลืนน้ำลายน้อยๆตัดสินใจวิ่งกลับไปรวมกลุ่มพลางคิดจริงๆว่าจะเอายังไงดี ทั้งๆที่เขาไม่ใช่คนทำแต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกผิดขึ้นมาจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

หลังจากที่เขาซ้อมเสร็จแล้วเป็นเวลาสองทุ่มกว่าๆ เขาแทบจะไม่อยากยอมรับเลยว่าเขารีบแต่งตัวเอามากๆและออกมาจากชมรมอย่างรวดเร็ว ตรงไปยังหอพักของทอมที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนัก มองบานประตูไม้และลองเปิดเข้าไป เห็นว่ามันไม่ล็อกก็เท่านั่น สายตาคมกริบมองสำรวจไปทั่วห้องหาตัวคนที่เขากำลังตามหาอยู่ในตอนนี้ ทำให้เหลือบไปเห็นทอมเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองเขาและดูจะตกใจน้อยๆที่จู่ๆเห็นเขามายืนอยู่ที่นี้ ทอมไม่ได้พูดอะไรแค่แกล้งทำเป็นไม่เห็นเขาและเดินเลี่ยงไปที่เตียงเท่านั่น

 

 

“แขนนายเป็นยังไงบ้าง”เขาถามออกมาทันทีเมื่อเดินถึงตัวอีกฝ่าย

 

 

“ไม่มีอะไรนิ”ทอมหันหน้าหนีเขาอย่างเต็มที่จนเขาตัดสินใจวางประเป๋ากีฬาลงและรั้งตัวอีกฝ่ายเข้ามาใกล้แต่ทอมก็ขืนตัวหนี

 

 

“ทอม”เขาเรียกเสียงแข็ง

 

 

“ฉันจะอ่านหนังสือ